tripgether.com

9 เทคนิคการขับรถทางไกล ขับขี่ปลอดภัย ไม่หลับในไร้อุบัติเหตุ

1,217 ครั้ง
12 ม.ค. 2569

การขับรถทางไกลเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทริปเที่ยวต่างจังหวัดในวันหยุดยาว หรือการเดินทางช่วงเทศกาลอย่างปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งมักต้องใช้เวลาบนท้องถนนหลายชั่วโมง ยิ่งขับนาน ร่างกายก็ยิ่งสะสมความเหนื่อยล้า และหนึ่งในความเสี่ยงที่อันตรายที่สุดก็คือ อาการหลับใน นั่นเอง เพื่อให้ทุกการเดินทางของเพื่อนๆ ปลอดภัย อุ่นใจ และถึงที่หมายอย่างราบรื่น วันนี้ทริปเก็ทเตอร์ขอแนะนำ 9 เทคนิคการขับรถทางไกล ขับขี่ปลอดภัย ไม่หลับในไร้อุบัติเหตุ 


9 เทคนิคการขับรถทางไกล ขับขี่ปลอดภัย
ไม่หลับในไร้อุบัติเหตุ


พักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการขับรถทางไกลคือ การนอนให้พอ ก่อนออกเดินทางควรจัดการธุระ งาน หรือภารกิจต่างๆ ให้เรียบร้อย เพื่อให้มีเวลานอนหลับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้สมองตอบสนองช้าลง สมาธิลดลง และเสี่ยงต่อการวูบหลับโดยไม่รู้ตัว หากขับรถไปแล้วเริ่มรู้สึกง่วง ตาล้า หรือสมองไม่ปลอดโปร่ง อย่าฝืนขับต่อเด็ดขาด ให้แวะจุดพักรถหรือลานจอดที่ปลอดภัย งีบสั้นๆ สัก 15–20 นาที ก็ช่วยฟื้นความสดชื่นได้มาก เพราะการหลับในเพียงเสี้ยววินาทีขณะรถวิ่ง อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้


งดดื่มแอลกอฮอล์และหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ง่วง

แอลกอฮอล์ทุกชนิดมีผลต่อระบบประสาท ทำให้การตัดสินใจช้าลง การมองเห็นแย่ลง และอาจเกิดภาวะเมาค้าง แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ควรระวังยาที่มีฤทธิ์ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัดบางชนิด เพราะอาจทำให้รู้สึกง่วง ซึม และสมาธิลดลงโดยไม่รู้ตัว หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรอ่านฉลากให้ละเอียดก่อนออกเดินทาง

 


 

วางแผนเส้นทางและเวลาเดินทางล่วงหน้า

การวางแผนที่ดีช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้าระหว่างทางได้มาก ก่อนออกเดินทางควรศึกษาเส้นทาง เช็กสภาพการจราจร และพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ควรกำหนดจุดแวะพักทุก 2–3 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการขับรถช่วงดึกหากไม่จำเป็น เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนล้าและเสี่ยงต่อการหลับในมากที่สุ


ปรับท่านั่งขับรถให้ถูกต้อง ลดเมื่อยล้า ควบคุมรถได้ดี

ท่านั่งขับรถมีผลโดยตรงต่อความเมื่อยล้าและการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน การนั่งผิดท่าอาจทำให้ปวดหลัง ปวดไหล่ และเหนื่อยเร็วกว่าปกติ ท่านั่งที่เหมาะสมควรเป็นดังนี้

  • นั่งให้หลัง สะโพก และต้นขาแนบกับเบาะอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มความมั่นคง
  • ปรับความสูงของเบาะให้มองเห็นถนนและหน้าปัดได้ชัดเจน
  • ปรับพนักพิงเอนเล็กน้อยประมาณ 110 องศา เพื่อให้มีระยะห่างจากพวงมาลัยที่พอดี
  • จับพวงมาลัยในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ช่วยให้ควบคุมรถได้ดีและลดอาการเมื่อยล้า
  • หลีกเลี่ยงการจับพวงมาลัยมือเดียว เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันอาจควบคุมรถได้ไม่ทัน


หาเพื่อนร่วมทาง ช่วยสลับขับและชวนคุยแก้ง่วง

หากต้องขับรถทางไกลหลายชั่วโมง การมีเพื่อนร่วมทางถือเป็นตัวช่วยชั้นดี สามารถสลับกันขับเมื่อเริ่มเหนื่อย หรือช่วยชวนพูดคุย ลดความง่วงระหว่างทาง หลายครั้งแม้จะเปิดเพลงเสียงดังแค่ไหน หากขับคนเดียวเป็นเวลานาน อาการหลับในก็ยังมาเยือนได้ง่าย การมีอีกหนึ่งคนคอยเตือน คอยสังเกต ถือว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก


พักรถเป็นระยะ อย่างน้อยทุกๆ 2 ชั่วโมง

ทั้งคนและรถต่างก็ต้องการการพักผ่อน ควรวางแผนแวะพักทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ยืดเส้นยืดสาย คลายความเมื่อยล้า และช่วยให้สมองได้พัก การหยุดพักยังเป็นโอกาสให้ตรวจเช็กรถเบื้องต้น เช่น ลมยาง ความผิดปกติของเครื่องยนต์ หรือทำธุระส่วนตัว ช่วยให้การเดินทางช่วงถัดไปปลอดภัยยิ่งขึ้น


พกน้ำเปล่าติดรถ ดื่มบ่อยๆ เพิ่มความสดชื่น

น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ควรมีติดรถเสมอ โดยเฉพาะการขับรถช่วงกลางวันหรืออากาศร้อน การขาดน้ำจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดหัว และง่วงง่าย นอกจากดื่มแล้ว ยังสามารถใช้น้ำล้างหน้าเพิ่มความสดชื่นได้อีกด้วย ช่วยลดความเสี่ยงจากอาการอ่อนล้าและภาวะฮีทส


เตรียมผ้าชุบน้ำหรือผ้าเย็น ช่วยปลุกความตื่นตัว

ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็น หรือ ผ้าเย็นจากร้านสะดวกซื้อ เป็นตัวช่วยแก้ง่วงที่ได้ผลดีมาก เช็ดหน้า เช็ดคอแล้วจะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที นอกจากนี้ อาจลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อรับอากาศจากภายนอก เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือ อมลูกอม ก็ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวระหว่างขับรถได้เช่นกัน


เช็กสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้

นอกจากดูแลร่างกายแล้ว อย่าลืมตรวจเช็กรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล เช่น ระบบเบรก ยางรถ น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง รวมถึงตรวจสอบใบขับขี่ กรมธรรม์ประกันภัย และเบอร์โทรฉุกเฉิน ควรเตรียมไว้ให้พร้อมเสมอ

การขับรถทางไกลให้ปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้พอ วางแผนดี และรู้จักฟังสัญญาณจาdร่างกาย เท่านี้ทุกการเดินทางก็จะสนุก อุ่นใจ และถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ขอให้ทุกทริปของเพื่อนๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำดีๆ ตลอดเส้นทาง


แชรไปให้คนที่คุณรักได้เลย กับ 9 เทคนิคการขับรถทางไกล ขับขี่ปลอดภัย ไม่หลับในไร้อุบัติเหตุ และถ้าเตรียมตัวเดินทางพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน หรือใครอยากวอร์มเที่ยวใกล้ๆ กรุงก่อน ขอแนะนำ One Day Trip เที่ยวเขาใหญ่ เติมความเฟรช เช็คอินกินร้านเด็ด


ผู้เขียน
เรื่องที่คุณอาจสนใจ