
วัดยางกวง เชียงใหม่ วัดเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ใกล้ประตูเชียงใหม่ สายบุญไม่ควรพลาด
732 ครั้ง
6 เม.ย. 2569
732 ครั้ง
6 เม.ย. 2569
ใครมีแพลนมาเที่ยวเชียงใหม่ หนึ่งในสถานที่ที่ควรแวะมาเยือนอย่างยิ่ง คือ วัดยางกวง เชียงใหม่ วัดเก่าอายุกว่า 700 ปี ใกล้ประตูเชียงใหม่ สายบุญไม่ควรพลาด บรรยากาศเงียบสงบ และมีเสน่ห์แบบล้านนาแท้ๆ นับเป็นวัดรุ่นแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ และยังซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ประตูเชียงใหม่ ก่อนถึงกาดก้อม เดินทางสะดวกและหาไม่ยาก บรรยากาศที่นี่จะเป็นยังไงตามไปดูพร้อมทริปเก็ทเตอร์กันเลย
เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณ วัดยางกวง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ สิงห์ล้านนาขนาดใหญ่ สองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า ดูสง่างามและให้ความรู้สึกถึงความขลังของวัดเก่าแก่แห่งนี้


พื้นที่ด้านในวัด สะอาดสะอ้าน และเงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินชมและทำบุญเติมพลังใจสุดๆ แถมบรรยากาศร่มรื่น มีลมพัดเบาๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

ก่อนอื่นทริปเก็ทเตอร์ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของ วัดยางกวง ซึ่งมีชื่อเดิมว่า วัดหน่างรั้ว หรือบางครั้งเรียกว่า วัดน่างรั้ว ซึ่งคำว่า “หน่างรั้ว” หมายถึงแนวรั้วหรือสิ่งกั้นที่ใช้ป้องกันภัย โดยมีตำนานเล่าว่า ในสมัยที่พญามังรายเสด็จออกแสวงหาชัยภูมิเพื่อสร้างเมืองเชียงใหม่ พระองค์ได้เสด็จออกจากเวียงกุมกาม และมาหยุดพักแรมบริเวณแห่งนี้ พร้อมให้ทหารสร้างหน่างรั้วล้อมรอบเพื่อป้องกันภัย จึงกลายเป็นที่มาของชื่อวัดในเวลาต่อมา

วัดยางกวง ยังปรากฏหลักฐานในโคลงนิราศหริภุญชัย เมื่อปี พ.ศ. 2060 ยิ่งยืนยันถึงความเก่าแก่ของวัดแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการค้นพบเศียรพระพุทธรูปหล่อสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผลงานของช่างล้านนารุ่นแรก และถือว่าเป็นชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในศิลปกรรมประเภทนี้ ทำให้วัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดแสนแส้ว ต่อมาในช่วงที่เชียงใหม่ถูกพม่ายึดครอง วัดยางกวงได้กลายเป็นวัดร้าง ก่อนจะได้รับการบูรณะอีกครั้งหลังจากพระเจ้ากาวิละขับไล่พม่าออกจากล้านนา และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดยางกวง เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้บูรณะที่มาจาก บ้านนายางกวง เมืองเชียงตุง


ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้กลับกลายเป็นวัดร้างอีกครั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2549 มีการฟื้นฟูวัดอีกครั้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสครองราชย์ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยพระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เห็นว่าวัดยังมีโบราณสถานสำคัญหลงเหลืออยู่ จึงดำเนินการบูรณะใหม่ วัดยางกวง ได้รับการตั้งเป็นวัดอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 จนกลายเป็นวัดที่มีชีวิตชีวาอีกครั้งในปัจจุบัน


ไฮไลท์สำคัญของวัดคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่เมื่อเราเข้ามาในวัดก็จะมองเห็นได้อย่างเด่นเป็นสง่าตั้งแต่ระยะไกล

ต้องบอกเลยว่า วัดยางกวง ไม่ได้มีเพียงความเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังมีจุดน่าสนใจหลายจุดที่ควรเดินชมให้ทั่ว เริ่มด้วยการกราบสักการะ หลวงพ่อพระเจ้าแสนแซ่ว หรือ หลวงพ่อพระพุทธรูปศักสิทธิ์ พระประธาน อายุกว่า 700 ปี ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา เชื่อกันว่าหากมาขอพรแล้วมักประสบความสำเร็จ พลิกชีวิต โดยเฉพาะด้านโชคลาภและการงาน


พระโพธิสัตว์และพระพิฆเนศ ประดิษฐานอยู่บริเวณห้องโถงด้านล่างของวิหาร ผู้คนมักนิยมมาขอพรด้านความสำเร็จ การเงิน และความก้าวหน้าในชีวิต


รูปปั้นพญามังราย ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด เพื่อรำลึกถึงผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเมืองเชียงใหม่และเกี่ยวข้องกับตำนานของวัดแห่งนี้

พระเจดีย์ธาตุสีขาว ที่โดดเด่นอยู่กลางวัด ประดับด้วยยอดฉัตรทองคำที่งดงาม รอบองค์เจดีย์มีพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ ประดิษฐานโดยรอบ สามารถเดินเวียนเทียนหรือเดินทำบุญรอบองค์เจดีย์ได้

นอกจากนี้วัดยางกวงยังเป็น สำนักปฏิบัติธรรมแห่งที่ 35 ของจังหวัดเชียงใหม่ ภายในวัดมีการสวดมนต์ทำวัตรเย็นทุกวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาสถานที่สงบใจ หรือเข้ามาปฏิบัติธรรมในบรรยากาศเงียบสงบกลางเมือง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สะท้อนถึงความเก่าแก่ของวัดแห่งนี้ คือ กำแพงวัดโบราณจากยุคล้านนาตอนต้น แม้ในปี พ.ศ. 2564 จะเกิดเหตุฝนตกหนักจนกำแพงบางส่วนถล่มลง แต่ก็ยังถือเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความยาวนานของวัดยางกวงได้เป็นอย่างดี

การเดินทางไปวัดยางกวง ตั้งอยู่ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ก่อนถึงกาดก้อม และใกล้ประตูเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้สะดวก รถยนต์สามารถขับเข้าไปจอดภายในวัดได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ วัดยางกวง เชียงใหม่ วัดเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี ใกล้ประตูเชียงใหม่ สายบุญไม่ควรพลาด ใครอยากมาเที่ยวไปทำงานไปต้องจดพิกัดนี้ไว้ 7 ที่พัก Workation เชียงใหม่ พักผ่อนฮีลใจ พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศทำงานชิลล์ๆ ตกเย็นไปหาของอร่ยกินกัน กับ 6 ร้านมิชลินไกด์เชียงใหม่ 2026 อร่อยระดับตำนาน ต้องขึ้นเหนือไปชิมให้ได้สักครั้ง!