tripgether.com

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

2,047 ครั้ง
8 เม.ย. 2565

กาญจนบุรี เมืองแห่งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และถึงแม้จะเป็นหน้าร้อน กาญจนบุรีก็ยังสามารถเที่ยวได้ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่จะช่วยดับอากาศร้อนและเติมความชุ่มฉ่ำให้ทุกคนได้แน่นอน 10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน! วันนี้ทริปเก็ทเตอร์รวบรวม มาให้แล้วกับที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลย


10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!


1.มัลเบอร์รี่ เมลโล่, กาญจนบุรี
(Mulberry Mellow)

Mulberry Mellow คาเฟ่กลางทุ่งหญ้าสุดฮอตของกาญจนบุรี มีต้นไม้ใหญ่และทะเลสาบเป็นไฮไลท์ของร้านนี้ ที่นี่มีโซนที่นั่งให้เลือกมากมาย ทั้งโซนอินดอร์ที่อยู่ในอาคารสไตล์ยุโรปโมเดิร์นที่ใช้อิฐวัสดุหลัก พร้อมกระจกบานใหญ่ แต่ถ้าใครอยากได้บรรยากาศเย็นๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีก็ต้องเป็นโซนเอาท์ดอร์ ที่กระจายที่นั่งอยู่ตามทุ่งหญ้า ใต้ต้นไม้ใหญ่ และริมน้ำ จะนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ หรือจะถ่ายรูปก็ดีทั้งนั้น และที่นี่ก็ยังมีอาหาร ขนม และเครื่องดื่มให้บริการด้วย สามารถใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวันเลย

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

  • Location: 436 ม.7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
  • Phone: 081 933 1871
  • Facebook: Mulberry Mellow

2.มีนา คาเฟ่, กาญจนบุรี
(Meena Cafe)

มีนา คาเฟ่ คาเฟ่กลางทุ่งนา เป็นอีกหนึ่งที่กินกาญจนบุรีที่น่ามาเช็คอิน โดดเด่นด้วยโลเคชั่นสุดปัง เพราะนอกจากจะตั้งกลางทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีฉากหลังเป็นวิววัดถ้ำเสือ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยสุดๆ ที่นี่มีโซนที่นั่งให้เลือกทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ ถ้าเป็นโซนอินดอร์จะเป็นห้องแอร์ติดกระจกใสรอบด้าน ชมวิวสวยๆ ได้แบบ 360 องศา แถมมีมุมนั่งชิลล์ให้ชมวิวบนดาดฟ้า ในส่วนของเมนู เครื่องดื่ม และอาหารมีให้เลือกหลากหลายเมนูทั้ง ไอศกรีมกะทิ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว และเบเกอรี่ พร้อมให้บริการ มาที่เดียวครบจบทุกอย่างจริงๆ

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

  • Location: 75/18 ม.3 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 – 19.00 น. (ครัวโซนอาหารปิด 18.00 น., ครัวโซนกาแฟปิด 18.30 น.)
  • Phone: 085 681 8187
  • Facebook: RAVI RIVA CAFE

3.ราวี รีวา คาเฟ่, กาญจนบุรี
(RAVI RIVA Cafe)

ราวี รีวา คาเฟ่ คาเฟ่สไตล์ยุโรปวินเทจ แต่งสวนสวยสไตล์อังกฤษ ให้อารมณ์เหมือนมาเที่ยวประเทศฝั่งตะวันตกเลย บริเวณรอบร้านมีโซนให้นั่งชิลล์และมุมถ่ายรูปจำนวนมาก ทั้งชิงช้า เปลญวน เก้าอี้กลางสายน้ำ รังนกบาหลี และมุมชิลล์ในสวน เดินไปถ่ายรูปมุมไหนก็สวยปังแน่นอน ในส่วนของอาหารเมนูแนะนำจะเป็น ไก่บอนชอนราวีซอสเผ็ด ไก่บอนชอนรีวาคลุกซอสน้ำผึ้งกระเทียม สปาเก็ตตี้เบคอนผัดพริกแห้ง ลาบปลากะพง ขาหมูเยอรมัน และยำหมูยออุบล+ไส้กรอก+ไข่แดงเค็ม ส่วนเครื่องดื่มจะเป็น ชานมบราวชูการ์ไข่มุกบุก มัทฉะเปรสโซ่ และอีกมากมายให้เลือกรับประทาน

  • Location: 87/2 ม.2 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
  • Phone: 090 909 8950
  • Facebook: RAVI RIVA CAFE

4.ถ้ำกระแซ, กาญจนบุรี

แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกที่หนึ่งคือ ถ้ำกระแซ สถานที่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเพราะถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่พักของเชลยศึกที่ทหารญี่ปุ่น เกณฑ์มาเพื่อสร้างทางรถไฟขนย้ายอาวุธและเสบียงต่างๆ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อนึงว่า ทางรถไฟสายมรณะ และทางรถไฟนี้ที่ยังใช้โดยสารกันมาถึงปัจจุบันที่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้อยู่แต่มีการปรับปรุงบางส่วนให้แข็งแรงเพื่อให้ใช้งานได้จริง ถ้าได้เดินไปด้านในของถ้ำกระแซจะพบกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้แวะสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

5 จุดเช็คอินกาญจนบุรี พาท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

  • Location: ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น.

5.เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม ทู คาเฟ่, กาญจนบุรี
(The Village Farm To Cafe)

The Village Farm To Cafe คาเฟ่ฟีลดีอีกแห่งหนึ่งของกาญจนบุรีที่ต้องมาเช็คอินให้ได้ เพราะที่นี่มีโซนที่นั่งที่ไม่ว่าจะมุมไหนก็สวยปังไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโซนฟาร์มชิลล์ที่เป็นพื้นที่สนามหญ้าให้ได้นั่งฟังเพลงสบายๆ แถมยังมีวิวภูเขาให้ได้นั่งมองเพลินๆ อีกด้วย โซนที่สองคือโซนอุโมงค์ไผ่ที่บอกเลยว่าให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นสุดๆ ต้นไผ่สีเขียวสดใสยาวไปตลอดสองข้างทางเดิน และอีกโซนที่ดีไม่แพ้กันก็คือโซนโรงคั่วกาแฟ ที่เปิดให้ได้นั่งกันสบายๆ เคล้ากับกลิ่นหอมๆ ของเมล็ดกาแฟ แอบกระซิบเลยว่าที่นี่มีทุ่งดอกไม้สวยๆ ให้ได้เดินชมและถ่ายรูปไว้อัปโซเชียลด้วยนะ

  • Location: ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 21.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 21.00 น.
  • Phone: 034 540 599
  • Facebook: The Village Farm To Cafe’

6.สะพานข้ามแม่น้ำแคว, กาญจนบุรี

ไฮไลท์ของกาญจนบุรีที่ต้องมาเช็คอินให้ได้ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสะพานที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตัวสะพานมีความยาวกว่า 300 เมตร ตั้งอยู่เหนือแม่นำ้แคว ความสวยงามของที่นี่คือการเดินบนรางและชมวิวแม่น้ำเพลินๆ จากบนนี้สามารถมองเห็นแม่น้ำแควได้แบบเต็มๆ ตา รับลมเย็นสบายๆ หรือโพสท่าถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อัปลงโซเชียลบนสะพานก็ดีงามไม่แพ้กัน แต่ข้อควรระวังเล็กน้อย ถ้าได้ยินสัญญาณรถไฟ แสดงว่ามีรถไฟกำลังวิ่งมา ต้องเดินหลบด้วยนะ

5 จุดเช็คอินกาญจนบุรี พาท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

  • Location: ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

7.ช่องเขาขาด กาญจนบุรี

ช่องเขาขาด หรือ Hellfire (ช่องไฟนรก) แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่น่าเศร้าเพราะมีแรงงานหลายคนต้องสละชีวิตจากการสร้างทางรถไฟครั้งนี้ถือว่าเป็นการใช้แรงงานคนที่ทารุณมากๆ ปัจจุบันจึงมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศให้กับเชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดเส้นทางการสร้างรถไฟให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมแบบใกล้ชิด เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดเลย

  • Location: ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.
  • Phone: 034 919 605, 081 773 0328

8.สะพานมอญสังขละบุรี, กาญจนบุรี

สะพานมอญสังขละบุรี สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี อยู่ติดกับชายแดนของประเทศเมียนมาร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานที่มีความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศเมียนมา อายุมาประมาณ 30 ปี ซึ่งใช้เวลาถึง 10 ปีกว่าสะพานนี้ถึงจะสร้างเสร็จ ถือว่าเป็นสะพานแห่งความสามัคคีของชาวมอญ สะพานนี้ถือเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างสองวัฒนธรรมอย่างมอญและไทยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ใครอยากไปสัมผัสกับวิถีชีวิตจริงๆ ของชาวมอญที่นี่ และดื่มด่ำกับธรรมชาติสวยๆ อย่าลืมแวะไปกันนะ

  • Location: ซ.สะพานไม้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

9.อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์, กาญจนบุรี

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือปราสาทเมืองสิงห์ ส่วนใหญ่มักจะพบศิลปะขอมในภาคอีสานแต่ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ศิลปะขอมหนึ่งเดียวในภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี ปราสาทเมืองสิงห์แห่งนี้เดิมเคยเป็นพุทธศาสนสถาน นิกายมหายานมาก่อน ศิลปะขอมลักษณะนี้พบมากในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์แห่งขอม ซึ่งขุดพบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ที่มีลักษณะคล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา รวมถึงผังเมืองมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเข้า – ออก 4 ทาง และล้อมรอบด้วยคูน้ำ โบราณสถานในปราสาทเมืองสิงห์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม มีทั้งหมด 4 ที่ด้วยกันคือ โบราณสถานหมายเลข 1 ตั้งอยู่ในกลางเมือง มีพระปรางค์ประธานและฐานที่เคยประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร โบราณสถานหมายเลข 2 คล้ายกับหมายเลข 1 แต่ชำรุดและพังเสียหายมากกว่า โบราณสถานหมายเลข 3 เป็นโบราณสถานนอกกำแพงเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กที่สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง  โบราณสถานหมายเลข 4 เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้ศิลาแลงในการก่อสร้าง


10.วอนแดซอง, กาญจนบุรี
(Won Dea Sung)

วอนแดซอง จุดเช็คอินสุดเก๋ที่กาญจนบุรี เหมือนยกกรุงโซลมาไว้ที่ประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลล์ท่ามกลางภูเขากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ผสมผสานกับการตกแต่งแนวย้อนยุคเกาหลีโบราณ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนางเอกซีรีส์ย้อนยุคเลยล่ะ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าชุดฮันบกถ่ายรูปได้เก๋ๆ แถมมีอาหารเกาหลีขายด้วยนะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด

ขอบคุณรูปภาพจาก: วอน-แด-ซอง 원 대 성

  • Location: ม.9 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดบริการวันจันทร์ – ศุกร์เวลา 08.00 – 18.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์เวลา 07.30 – 18.30 น.
  • Phone: 098 509 0665
  • Price: ค่าบำรุงสวน ผู้ใหญ่ 70 บาท / เด็กไม่เกิน 10 ขวบ 30 บาท
  • Facebook: วอน-แด-ซอง 원 대 성

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน! เป็นอีกจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี ครบจบได้ทุกแนว ทั้งคาเฟ่ ธรรมชาติ และเรื่องราวทางประวิติศาสตร์ แต่ถ้าใครมากาญทั้งที่ อย่าพลาดที่พักริมน้ำ ดับร้อนซัมเมอร์นี้ได้ที่ 5 ที่พักกาญจนบุรี แพริมแม่น้ำแคว นอนชิลล์มองวิว ราคาไม่เกินคนละ 1,500 และ 5 ที่พักสังขละบุรี วิวแม่น้ำซองกาเลีย ใกล้สะพานมอญ ต้องไปสัมผัสสักครั้ง!! เที่ยวเพลินๆ อีกนิดไปต่อกันที่ราชบุรีกับ 7 ที่เที่ยวราชบุรี กินคุ้ม เที่ยวครบ กับบรรยากาศสุดชิลล์


ผู้เขียน

Benz
I'm just a little girl lost in the moment

เรื่องที่คุณอาจสนใจ