tripgether.com

ประกาย Prakai Cafe & Cuisine คาเฟ่มีนบุรี จุดเช็คอินแห่งใหม่ สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำ

1,351 ครั้ง
24 ส.ค. 2565

อยากเที่ยวธรรมชาติในกรุงเทพฯ ลองมาแคมป์ปิ้งชิลล์ๆ ท่ามกลางความกรีนกันที่ มีนบุรี ขอบอกก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่ลานแคมป์ปิ้งธรรมดา แต่เป็นคาเฟ่ที่จำลองบรรยากาศของการเดินป่า มีป่าไม้ น้ำตก และแคมป์ปิ้งรวมไว้ในที่เดียวกัน อีกทั้งยังเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ที่เพิ่งเปิดมาแค่ 11 เดือนเท่านั้น แต่กระแสในโลกโซเชียลและความฮิตต้องยกให้เลย เรียกได้ว่าเป็นร้านน้องใหม่มาแรงที่สาย cafe hopping ต้องมาสักครั้ง วันนี้ทริปเก็ทเตอร์ปักหมุดพาทุกคนไป ประกาย Prakai Cafe & Cuisine คาเฟ่มีนบุรี จุดเช็คอินแห่งใหม่ สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำ ว่าแล้วก็ตามไปดูแบบอินไซด์กันดีกว่าว่าร้านนี้มีอะไรน่าสนใจรออยู่บ้าง


ประกาย Prakai Cafe & Cuisine คาเฟ่มีนบุรี จุดเช็คอินแห่งใหม่ สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำ

ประกาย Prakai Cafe & Cuisine คาเฟ่มีนบุรี จุดเช็คอินแห่งใหม่ สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำ


ประกาย คาเฟ่ (Prakai Cafe & Cuisine) จุดแลนมาร์คแห่งใหม่ในย่านมีนบุรี ตัวคาเฟ่เป็นสไตล์แคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยความกรีนของต้นไม้ใบหญ้า รวมถึงมีน้ำตกและสระน้ำที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศความสดชื่นให้กับทางร้าน และเพิ่มความสวยงามมากขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์สะท้อนกับน้ำจนสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อร้านว่าประกาย นอกจากบรรยากาศร้านจะดีมากๆ ในร้านยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย เรียกได้ว่าสามารถเดินถ่ายรูปตั้งแต่ทางเข้าหน้าร้าน อีกทั้งยังมีมุมไฮไลท์อย่างลานแคมป์ปิ้งที่ให้ฟีลเหมือนไปตั้งแคมป์จริงๆ สายโซเชียลห้ามพลาดเด็ดขาด ส่วนเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม บอกเลยว่าอร่อยและราคาสบายกระเป๋ามาก

เริ่มตั้งแต่ทางเข้าร้านมีพื้นที่กว้างมาก สำหรับใครที่ขับรถมาทางร้านก็มีที่จอดรถรองรับได้เกือบ 100 คัน ตัวร้านตั้งอยู่ริมสระน้ำทำให้เพียงแค่ลงจากรถก็สัมผัสได้ถึงลมอ่อนพัดมาสบายๆ บวกกับร้านที่ทาด้วยโทนสีขาวดูสบายตา มีต้นไม้ตกแต่งอยู่รอบๆ ทางเข้าร้านมีกำแพงน้ำตกไหลอยู่ระหว่างทางเข้าร้าน บอกเลยว่าแค่บรรยากาศทางเข้าก็ชิลล์สุดๆ และหลังจากเดินเข้ามาในร้านก็ดูร่มรื่นและโล่งโปร่ง มีทั้งต้นไม้ สวน และบ่อน้ำ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะมาพักผ่อนสบายๆ ในวันหยุด

บรรยากาศตรงนี้สดชื่นและชุ่มฉ่ำมากๆ

ภายในร้านมีพื้นที่กว่า 3 ไร่ มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว มีทั้งที่นั่งอินดอร์และเอาท์ดอร์ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนอินดอร์ในห้องแอร์ 2 โซน เป็นห้องกระจกใสที่สามารถเห็นวิวสวนและต้นไม้ได้แบบเต็มๆ ตา และอีกโซนเป็นโอเพ่นแอร์ริมน้ำ นั่งรับลมสบายๆ จากริมน้ำก็ชิลล์มากๆ และถ้าอยากพาน้องหมาน้องแมวมาด้วย ทางร้านก็พร้อมต้อนรับแต่ต้องนั่งที่โซนเอาท์ดอร์โอเพ่นแอร์เท่านั้น นอกจากนี้ใครต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือจัดเลี้ยงเฉพาะกลุ่ม ทางร้านก็มีห้องไพรเวทรูมที่รองรับคนได้มากถึง 30 คน ซึ่งใครอยากจองห้องไพรเวทรูมแบบนี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

ถ้าใครกลัวอากาศร้อนหรือขี้ร้อนก็สามารถเลือกนั่งโซนอินดอร์ มานั่งตากแอร์เย็นๆ ในห้องแอร์ แถมยังสบายตาสุดๆ จากความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า

แต่ถ้าชอบนั่งชิลล์ๆ รับลมธรรมชาติ เลือกนั่งโอเพ่นแอร์ริมน้ำก็ดีงามไม่แพ้กัน อากาศตรงนี้ไม่ได้ร้อนมาก มีร่มเงาจากต้นไม้และลมอ่อนๆ จากสระน้ำพัดมาตลอด แถมที่นั่งแต่ละที่ก็มีการเว้นระยะห่างพอสมควร ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด

ส่วนห้องไพรเวท บอกเลยว่าเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะเป็นอาคารเดี่ยวที่แยกออกมา ตัวอาคารเป็นอาคารสีขาว 2 ชั้นอยู่ติดริมน้ำ ชั้นล่างเป็นห้องแอร์ ส่วนชั้นบนเป็นดาดฟ้า ยิ่งมาในช่วงเย็นๆ บรรยากาศคือชิลล์มาก

หน้าต่างใสแบบนี้เห็นวิวสระน้ำแบบเต็มๆ ตาและถ้าอยากรับลมธรรมชาติจากริมน้ำก็สามารถเลื่อนเปิดหน้าต่างได้แบบกว้างๆ

ต่อมาก็เอาใจสายโซเชียลกันต่อกับมุมถ่ายรูปในร้านที่เรียกได้ว่ามีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก โดยมุมถ่ายรูปมีตั้งแต่ทางเข้าร้านที่เป็นกำแพงน้ำตก ซึ่งเป็นมุมยอดฮิตที่ใครมาต่างก็อดใจไม่ไหวต้องหยิบกล้องมาถ่ายรูปกันตั้งแต่หน้าร้านเลย และเมื่อเดินเข้ามาในร้านก็มีมุมถ่ายรูปคู่กันกราฟฟิตี้ หรือจะเดินเล่นในสวนที่มีไฮไลท์เป็นน้ำตกจำลอง มีลำธารสายเล็ก และโขดหินต่างๆ ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่กลางป่าอย่างไงอย่างงั้นเลย นอกจากนี้ทางร้านยังสร้างบรรยากาศด้วยเต็นท์และอุปกรณ์สำหรับแคมป์ปิ้ง บอกเลยว่าถ่ายรูปอัปลงโซเชียลนึกว่ามาตั้งแคมป์จริงๆ หรืออยากถ่ายรูปเก๋ๆ ก็มีมุมนั่งปิกนิกริมน้ำ มาร้านนี้แค่เตรียมกล้องให้พร้อม กดชัตเตอร์รัวๆ ก็ได้รูปกลับไปเพียบ!

มุมถ่ายรูปตรงนี้มินิมอลสุดๆ

แกล้งๆ เดินข้ามโขดหิน ถ่ายรูปออกมานึกว่าเดินอยู่ในป่าจริงๆ

ภายในร้านกางเต็นท์ไว้หลายๆ จุด สามารถเดินไปถ่ายรูปเก๋ๆ ได้เลย

นอกจากเต็นท์ยังมีอุปกรณ์ตั้งแคมป์ต่างๆ พร้อมสำหรับการถ่ายรูปมาก

อีกมุมยอดฮิตที่ต้องมาเช็คอินก็คือมุมปิกนิกริมน้ำ บรรยากาศดี แสงสวย ถ่ายรูปออกมายังไงก็ปัง!

อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำอย่างเดินเล่นชิลล์ๆ เสพธรรมชาติ ให้อาหารปลาคาร์ป หรือจะมาจุ่มเท้าแช่น้ำที่บริเวณน้ำตกก็ได้เหมือนกัน เรียกได้ว่าน้ำตกนี้ไม่ได้แค่ประดับให้สวยเท่านั้น ยังสามารถเล่นน้ำให้ชุ่มฉ่ำใจด้วย

แค่ได้เอามือจุ่มน้ำเย็นๆ ก็รู้สึกสดชื่น ช่วยดับร้อนไปได้เยอะ

สำหรับการให้อาหารปลาคาร์ปจะมีอยู่ 2 จุด ก็คือบ่อเล็กๆ ในสวนที่อยู่ระหว่างโซนที่นั่งห้องแอร์ มุมนี้เหมาะกับพาเด็กๆ มานั่งให้อาหารปลามาก และอีกจุดคือสระน้ำใหญ่ที่อยู่ข้างๆ โซนนั่งเอาท์ดอร์ เป็นสะพานไม้เดินลงไปริมสระน้ำ ซึ่งนอกจากปลาคาร์ป ตรงนี้มีปลาหลากหลายชนิดมาก ส่วนอาหารปลาสามารถซื้อได้จากในร้านเลย ราคาถุงละ 20 บาทเท่านั้น

เดินเล่นชิลล์ๆ กันเรียบร้อยก็มาต่อกันที่เมนูอาหาร โดยทางร้านเสิร์ฟแบบจัดเต็มครบทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ก็มีทั้งอาหารไทยและนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นของกินเล่น ส้มตำ ยำ อาหารจานเดียว ข้าวผัด ของทอด สปาเก็ตตี้ อีกทั้งของหวานอย่างโรตีก็มีให้เลือกมิกซ์แอนด์แมชท์ได้หลายรสชาติ แถมราคาก็ไม่ได้แพงเลย ราคาอาหารเริ่มต้นเพียงแค่ 79 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าขับรถมาฝากท้องสำหรับมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นได้สบายๆ

มาเริ่มกันที่เมนูแรกซึ่งเป็นเมนูน้องใหม่ ซี่โครงกระดูกหมูอบซอสบาร์บีคิว ราคา 379 บาท บอกเลยว่าคุ้มมาก ได้ซี่โครงกระดูกหมูชิ้นโตๆ และที่สำคัญเนื้อเปื่อยมาก แค่แกะๆ เนื้อก็ร่อนออกจากกระดูกแล้ว ยิ่งกินคู่กับซอสบาร์บีคิวที่ราดมาด้วย เนื้อฉ่ำมากๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอย่าง เฟรนช์ฟรายส์ ข้าวโพด และสลัด กินตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว

ซอสบาร์บีคิวรสออกหวานหน่อยๆ กลิ่นหอมบาร์บีคิว ยิ่งใครชอบราดซอสเยิ้มๆ ต้องถูกใจแน่

และอีกเมนูมาใหม่อย่าง ซีซาร์สลัด เป็นเมนูสลัดที่กินง่ายๆ รสกลมกล่อม คลุกเคล้าผักสลัด หอมแดง มะเขือเทศเข้ากับเดรสซิ่งซีซาร์ กินคู่กับขนมปังและเบคอนกรอบๆ แถมเสิร์ฟใส่ชามใหญ่ๆ ราคาเพียงแค่ 159 บาท เป็นเมนูที่สายเฮลตี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

ต่อมาเป็นเมนูกินเล่นที่น่าจะเป็นที่ชอบของใครหลายคน กุ้งแพทอด 120 บาท เสิร์ฟใส่ตะกร้าไม้ไผ่อย่างน่ารัก ส่วนตัวกุ้งแพเป็นแป้งทอดกรอบกับเนื้อกุ้ง ทางร้านก็ให้เนื้อกุ้งมาแบบจัดเต็มชนิดที่ว่ากัดเข้าไปเจอเนื้อกุ้งทุกคำ ที่สำคัญทอดมาอย่างกรอบมากและหอมเนื้อกุ้งสุดๆ ยิ่งกินคู่กับน้ำจิ้มที่เสิร์ฟมาคู่กับกุ้งแพทอดเข้ากันมาก เป็นเมนูกินง่ายๆ ที่กินรองท้องก่อนอาหารจานหลักดีมาก

ทั่วทั้งแผ่นมีแต่กุ้งเต็มไปหมด เคี้ยวกรอบๆ เพลินมาก

มาต่อกันด้วยความเผ็ดแซ่บของ ยำวุ้นเส้นโบราณ เป็นยำวุ้นเส้นแห้งๆ ตัวเส้นมีความเหนียวนุ่ม เคี้ยวหนึบๆ อีกทั้งเครื่องก็ใส่มาแบบเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วลิสง กุ้งแห้ง หมูสับ กระเทียมเจียวกรอบ มีกลิ่นหอมของเครื่องยำอย่างพริกและมะนาว รสชาติเปรี้ยวนำ มีความเผ็ดและหวานตามมา แถมราคาเมื่อเทียบกับเครื่องแน่นๆ เพียง 109 บาทเอง

ความแซ่บยังไม่จบมาต่อกันที่ ตำกุ้งสดไหลบัว ราคา 150 บาท ตักมาคำแรกก็ได้รับความหวานและกรุบกรอบของสายบัว กินพร้อมกับกุ้งสดเด้งๆ ขนาดพอดีคำ สุดท้ายซดน้ำยำครบรส เพิ่มความนัวด้วยน้ำปลาร้าอีกสักนิด บอกเลยว่ารสแซ่บนัวถึงใจมาก และอยากจะบอกว่าปลาร้าของที่นี่กินค่อนข้างง่าย คนที่ไม่กินปลาร้าก็สามารถกินได้ แต่ถ้าใครไม่อยากกินปลาร้าจริงๆ ก็สามารถบอกกับพนักงานได้ว่าไม่ใส่ปลาร้า

จบของคาวแล้วก็มาต่อกันที่ของหวาน โดยเมนูของหวานของทางร้านส่วนใหญ่เป็นโรตี และเมนูโรตีที่อยากให้ทุกคนต้องลองก็คือ โรตีข้าวเหนียวมะม่วง ราคา 99 บาท โรตีแป้งข้างนอกกรอบๆ ส่วนข้างในโรตีเป็นข้าวเหนียวนุ่มๆ พร้อมกับท็อปปิ้งด้วยเนื้อมะม่วงแบบเต็มๆ คำ เวลากินตักทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันในคำเดียว จะได้รสชาติหวานธรรมชาติของมะม่วงและความหอมของข้าวเหนียว บอกเลยว่าเข้ากันและฟินมาก

และสุดท้ายเป็นเมนูเครื่องดื่ม ซึ่งที่ร้านมีให้เลือกหลายเมนูมาก ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ น้ำผลไม้ ค็อกเทล ส่วนเมนูที่สั่งมาในวันนี้เริ่มจากเมนูซิกเนเจอร์อย่าง แตงโมปั่น ที่เสิร์ฟมาเป็นลูกๆ ข้างในเป็นน้ำแตงโมปั่น พร้อมเนื้อแตงโมขนาดพอดีคำ บอกเลยว่าใครอยากกินอะไรที่เฟรชๆ รู้สึกสดชื่น ต้องสั่งเมนูนี้ให้ได้ แถมได้แตงโมเป็นลูกๆ แบบนี้ราคาเพียง 99 บาทเท่านั้น

ส่วนใครต้องการเพิ่มคาเฟอีนให้กับร่างกายต้องลองเมนู อเมริกาโน่ ออเร้นจ์ ราคา 85 บาท เชื่อว่าน่าจะเป็นเมนูกาแฟที่หลายคนชอบเพราะกินง่ายและสดชื่น ดื่มแล้วได้ความหวานอมเปรี้ยวของส้มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟ เป็นความลงตัวที่เข้ากันมาก และอีกเมนูที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นแบบขั้นสุดกับ Cocktail Summer เพียงจิบแรกก็ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวของเสาวรส, ส้ม, เลม่อน, ไข่ขาว และ elder flower เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่เหมาะกับอากาศร้อนๆ ของประเทศไทยมาก

ประกาย คาเฟ่ (Prakai Cafe & Cuisine) เป็นคาเฟ่มีนบุรีที่มีบรรยากาศของการพักผ่อน มองไปทางไหนก็สบายตาจากสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า นอกจากความเป็นคาเฟ่ยังเหมือนสวนหย่อมเล็กๆ ที่มีธรรมชาติรายล้อม มาเดินเสพบรรยากาศชิลล์ๆ หรือจะจุ่มเท้าแช่น้ำเย็นๆ จากน้ำตกจำลองก็สดชื่นสุดๆ อีกทั้งยังได้ฟีลตั้งแคมป์แบบไม่ต้องเดินทางไกล เพียงขับรถมามีนบุรีก็ได้รูปสวยสไตล์แคมป์ปิ้งกลับไปเพียบ แถมอาหารอร่อยและราคาย่อมเยามากๆ เรียกได้ว่าเหมาะกับการเดินทางมาใช้เวลาวันหยุดสบายๆ จะมากับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรักก็รับรองว่าต้องหลงรักร้าน ประกาย คาเฟ่ (Prakai Cafe & Cuisine) และอยากกลับมาอีกครั้งแน่ๆ

  • Location: 105/4 หลังตลาดต้นไม้เจ้าจอม ถ.ร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
  • Google Map: Prakai Cafe & Cuisine
  • Phone: 065 258 9898
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. (ครัวปิด 21.30 น.)(ดนตรีสด 17.30 – 21.00 น.)
  • Facebook: Prakai Cafe & Cuisine
  • Recommend: ซี่โครงกระดูกหมูอบซอสบาร์บีคิว 379 บาท, ซีซ่าสลัด 159 บาท, กุ้งแพทอด 120 บาท, ยำวุ้นเส้นโบราณ 109 บาท, ตำกุ้งสดไหลบัว 150 บาท, แตงโมปั่น 99 บาท, อเมริกาโน่ ออเร้นจ์ 85 บาท, Cocktail Summer 180 บาท, โรตีข้าวเหนียวมะม่วง 99 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ประกาย Prakai Cafe & Cuisine คาเฟ่มีนบุรี จุดเช็คอินแห่งใหม่ สไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำ บอกเลยว่านี่แค่ส่วนหนึ่ง ของแบบนี้ต้องไปสัมผัสเองเท่านั้น ส่วนใครยังไม่จุใจ อยากเที่ยวคาเฟ่สวยๆ บรรยากาศดีใกล้กรุงเทพฯ ก็ลองมาดูที่ 9 ร้านอาหาร+คาเฟ่นนทบุรี อัปเดต 2022 | พาชิลล์เช็คอินใกล้กรุงเทพ 12 ร้านอาหารและคาเฟ่นครปฐม อัปเดตครึ่งปีแรก 2022 บรรยากาศดีที่ห้ามพลาด และ 11 ร้านอาหาร คาเฟ่ปทุมธานี ลิสต์ร้านเด็ด เช็คอินความกรีนใกล้กรุงเทพฯ


ผู้เขียน

justjanejen
I'm not sure what's wrong with me but I know I'm not like the others.

ช่างภาพ

Kaimook
ทุกการเดินทางจะทำให้เราเติบโต ทุกข้อผิดพลาดจะทำให้เราเรียนรู้ ภาพทุกใบจะทำให้จดจำทุกช่วงเวลา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ