tripgether.com

One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง

12,065 ครั้ง
1 ก.พ. 2565

เพื่อนๆ คงจะรู้กันแล้วว่าตอนนี้กรุงเทพมหานครของเราได้เปิดเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกสาย นั่นก็คือรถไฟฟ้าสายสีแดงนั่นเอง โดยรถไฟฟ้าสายสีแดงนั้นจะวิ่งตั้งแต่ในเมืองจนถึงชานเมือง และมีตารางเวลาการเดินรถที่แน่นอน ทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น โดยศูนย์กลางรถไฟฟ้าสายสีแดงจะอยู่ที่บางซื่อ วันนี้ทริปเก็ทเตอร์ก็จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวแบบชิลล์ๆ แพลนไม่แน่นมาก แต่ครบทุกรสชาติ ตามรถไฟฟ้าสายสีแดงกัน จะชิลล์ขนาดไหน ก็ตามไปดูกันเลยกับ One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง


One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง


วันนี้ทริปของเราเริ่มต้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางรถไฟ เป็นสถานีที่มีขนาดใหญ่ กว้างขวาง สามารถรองรับผู้คนได้จำนวนมาก โดยสถานีกลางบางซื่อจะเป็นจุดเชื่อมระหว่าง รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน – บางซื่อ รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งแพลนของเราวันนี้จะเป็นรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ – รังสิต นั่นเอง ว่าแล้วก็อย่ารอช้า มุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงกันเลย~

เดินทางแค่ไม่กี่นาที ก็มาถึงสถานีวัดเสมียนนารี จุดเช็คอินแรกของเราในวันนี้ บอกแล้วว่าเดินทางง่ายจริงๆ ไม่เชื่อต้องมาลองแล้วแหละ

วันนี้เริ่มทริปแบบสบายๆ กับร้านอาหารเช้าลับๆ ซ่อนตัวอยู่ในอาคาร CEC ไม่ไกลจากสถานี มุ่งหน้าไปทางออก 1 กันได้เลย ร้านมีชื่อว่า จิบไถ่ คาเฟ่ เป็นร้านที่เน้นขายเมนูอาหารเช้าและเครื่องดื่มหลากหลาย เมนูที่เราเลือกสั่งในวันนี้เป็นเมนู Must Try ของร้าน นั่นก็คือ จิบไถ่ ไข่กระทะ และ วาฟเฟิล คลับแซนด์วิช

สำหรับเมนูจิบไถ่ ไข่กระทะ จะมีแซนวิชทาเนยและน้ำส้มเสิร์ฟมาเป็นเซ็ตพร้อมกับไข่กระทะ บอกเลยว่ารสชาติอร่อยลงตัวสุดๆ ไข่ขาวเนื้อนุ่ม ไข่แดงเยิ้มๆ กินพร้อมกับไส้กรอกและหมูแฮมที่คลุกด้วยซอสปรุงรสมาอย่างดี ส่วนขนมปังทาเนยก็รสชาติหวานมันและกรอบพอดี เมนูนี้ราคา 95 บาท

ส่วนเมนูวาฟเฟิล คลับแซนด์วิช เป็นวาฟเฟิลกลิ่นหอมกรุ่น สดใหม่จากเตา เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ตรงกลางมีแฮม ชีส ไข่ดาว และผักสดแทรกอยู่ กินพร้อมกันอร่อยมากๆ รสหวานจากวาฟเฟิลตัดกับรสชาติของชีสได้เป็นอย่างดี และสำหรับเซ็ตนี้ก็เสิร์ฟพร้อมน้ำส้มเช่นเดียวกัน เมนูนี้ราคา 115 บาท

เนื่องจากช่วงนี้ภายในตัวร้านยังคงปิดไม่ให้เข้า แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเราสามารถนั่งกินได้ที่โต๊ะภายนอกภายในอาคารข้างๆ ร้านเลย

  • Location: 68/2 ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
  • Phone: 02 158 0345
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 19.00 น.
  • Facebook: Jibtai Cafe

หลังจากเติมพลังมื้อเช้ากันจนอิ่มท้องแล้ว เราก็ไปต่อกันที่จุดเช็คอินถัดไป ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเลย นั่นก็คือ วัดเสมียนนารี นั่นเอง มาแวะไหว้พระรับความเป็นสิริมงคลให้จิตใจผ่องใสในตอนเช้ากันเถอะ

เริ่มจากไหว้หลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีชื่อเสียงเรื่องบันดาลพรให้กับคนที่ไปกราบไหว้ ซื้อธูป เทียน และดอกไม้ได้จากในวัดเลย

สามารถปิดทองพระพุทธรูปได้ด้วย

นอกจากหลวงพ่อทันใจแล้ว วัดเสมียนนารียังมีวิหารพระพุทธรูป 5 พี่น้อง ที่มีตำนานเล่าว่าลอยมาตามแม่น้ำทั้ง 5 สาย ประกอบไปด้วย หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโต หลวงพ่อบ้านแหลม และหลวงพ่อเขาตะเครา ซึ่งที่วัดเสมียนนารีก็ได้มีประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองของหลวงพ่อ 5 พี่น้อง สามารถเดินทางมากราบไหว้สักการะกันได้เลย

แวะแชะรูปกันสักหน่อย

  • Location: 32 ม.2 ถ.กำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
  • Phone: 02 589 4972
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 19.00 น.
  • Website: http://www.samiennaree.com/

หลังจากไหว้พระกันเสร็จแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปจุดเช็คอินถัดไปกัน

แวะแชะรูปบนสถานีรถไฟฟ้ากันสักหน่อย บอกเลยว่าสถานีรถไฟฟ้าของสายสีแดงนั้นกว้างมากๆ มีมุมให้ถ่ายรูปแบบเก๋ๆ ได้เยอะเลย

ภายในรถไฟฟ้าสายสีแดงจะเป็นกระจกกว้าง มองเห็นวิวได้แบบเต็มๆ ให้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นเลย

นั่งชมวิวแบบเพลินๆ

ถ่ายรูปลงไอจีแบบเก๋ๆ

และแล้วก็มาถึงจุดเช็คอินที่ 2 แอบกระซิบว่าเป็นจุดที่สามารถใช้เวลาได้ทั้งวัน นั่นก็คือ MOCA Museum of Contemporary Art หรือมีชื่อไทยว่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย สถานที่รวบรวมและจัดแสดงงานศิลปะจากศิลปินทั่วประเทศไทย การเดินทางก็สะดวกสุดๆ นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงมาลงสถานีบางเขน แล้วมุ่งหน้าไปที่ทางออก 2 เดินไม่นานก็ถึงแล้ว

ที่นี่มีค่าเข้าชมคนละ 250 บาท ถ้ามีบัตรนักเรียนนักศึกษา จะได้รับส่วนลดเหลือคนละ 100 บาท

พิพิธภัณฑ์จะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นจะจัดแสดงผลงานที่แตกต่างกันออกไป โดยผู้ที่เข้าชมจะได้รับแผ่นพับแสดงแผนผังและรายละเอียดงานในแต่ละชั้นของพิพิธภัณฑ์ เรามาเริ่มกันที่ชั้น G จะเป็นนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งตอนที่เราไปเป็นนิทรรศการที่มีชื่อว่า “​Human(e)” งานศิลปะที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์จากมุมมองของศิลปินทั้ง 4 คน

มาต่อกันที่ชั้น 3 กับโซนที่มีชื่อว่า สะพานข้ามจักรวาล จะเป็นอุโมงค์มืดสนิท พอเดินเข้าไปก็จะเห็นไฟดวงเล็กๆ เรียงตัวกันเป็นกาแล็คซี่ โดยตรงนี้สามารถถ่ายรูปแบบใช้แฟลชได้ โพสท่าสวยๆ รอตั้งแต่ทางเข้าได้เลย

มุมสุดฮิต อยู่ตรงทางออกสะพานข้ามจักรวาลเลย

ห้องต่อมาที่เราเอารูปมาฝากก็คือ ห้อง Richard Green ตกแต่งด้วยผนังสีเขียว เพดานเป็นกระจกโค้งรับแสงจากธรรมชาติ จำลองห้องนิทรรศการจากยุโรป ภายในจัดแสดงผลงานจากศิลปินยุโรปในยุคพระนางเจ้าวิคตอเรีย บางภาพมีอายุมากกว่า 300 ปี

สามารถใช้เวลาในห้องนี้ได้นานเลย

นอกจากนี้ยังมีผลงานศิลปะอื่นๆ ที่น่าสนใจจำนวนมาก บอกเลยว่า MOCA เป็น Public Space กลางกรุงที่สามารถมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมกับชมงานศิลปะได้อย่างเพลิดเพลิน

ที่พิพิธภัณฑ์มีคาเฟ่ให้บริการด้วยนะ ใครเดินเล่นแล้วเหนื่อยก็มานั่งพักกินน้ำกินขนมที่ตรงนี้ก่อนได้ แต่วันนี้เราไม่ได้แวะ เพราะเรากำลังจะพาเพื่อนๆ ไปจุดเช็คอินถัดไป ที่ต้องแอบกระซิบเลยว่าเตรียมท้องว่างๆ ไปให้พร้อม

  • Location: 499 ถ. กำแพงเพชร 6 แขวง ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
  • Phone: 02 016 5666
  • Open-Close: เปิดให้บริการวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
  • Facebook: MOCA Museum of Contemporary Art
  • Website: www.mocabangkok.com/

หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปกันจนหมดแรงแล้ว เราก็เดินทางไปจุดเช็คอินสุดท้ายของเราในทริปนี้กันเลย เดินทางมาลงที่สถานีหลักสี่ นั่นก็คือร้าน พธู Pa-tu Cafe & Restaurant ร้านอาหารสุดอบอุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยกำแพงเพชร 6 เดินต่อจากสถานีหลักสี่เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น เมื่อเดินมาถึงก็จะเจอร้านสีขาวตั้งอยู่โดดเด่นในซอย ด้านหน้ามีป้ายการันตีความอร่อยจากรายการต่างๆ

ร้านมีโซนที่นั่งทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์  วันนี้เราเลือกนั่งกันในร้าน ภายในร้านตกแต่งด้วยสีขาวเป็นหลัก แซมด้วยสีเขียวจากต้นไม้เล็กๆ มองดูสบายตา มีหน้าต่างรอบร้าน รับแสงจากธรรมชาติ นั่งถ่ายรูปก็สวยปังสุดๆ

เมนูของร้านมีทั้งเมนูอาหารไทยและอาหารยุโรปแนวฟิวชั่น วันนี้เราสั่งกันมาทั้งหมด 3 เมนู ได้แก่ ปลากระพงทอดน้ำปลา ต้มยำกุ้ง และมันบด เรียกได้ว่ามาครบทั้งอาหารไทยและต่างประเทศเลยทีเดียว

เริ่มจาก ต้มยำกุ้ง เป็นจานแรก ราคา 269 บาท บอกเลยว่าต้มยำกุ้งของที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะว่าน้ำต้มยำจะเสิร์ฟมาในกาน้ำชาพร้อมกับกุ้งที่ตกแต่งอย่างสวยงามอยู่บนจาน ให้เราได้เทน้ำต้มยำลงไปเอง จังหวะที่กำลังเทน้ำต้มยำลงไปบนจานนี่สามารถถ่ายสตอรี่อวดเพื่อนได้เลย ส่วนรสชาติก็เข้มข้นกลมกล่อมถถูกใจสุดๆ โดยเฉพาะเนื้อกุ้งแน่นๆ ที่เสิร์ฟมาแบบเต็มปากเต็มคำ เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดทุกประการ

ถัดมาคือเมนูปลากระพงทอดน้ำปลา ราคา 299 บาท ปลากระพงทอดตัวใหญ่ ราดด้วยน้ำปรุงรส ไฮไลท์สุดพิเศษของเมนูนี้คือ ปลากระพงที่เสิร์ฟนั้นเป็นปลากระพงที่ทางร้านเอาก้างออกให้หมดแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเอาก้างออกเองให้เลอะเทอะ เนื้อปลากระพงแน่นๆ ตัดกับรสชาติเปรี้ยวหวานอร่อยถึงใจ เป็นอีกเมนูที่ต้องลอง

และเมนูสุดท้ายของมื้อนี้ก็คือมันบด ราคา 100 บาท มันฝรั่งบดเนื้อเนียน มาพร้อมกับซอสปรุงรสซ่อนอยู่ตรงกลาง ตกแต่งจานด้วยดอกเข็ม รสชาติหวานมันละมุนลิ้น

ยังไม่หมดแค่นี้ เราปิดท้ายมื้อนี้กันด้วยของหวานอย่าง ชูโรส ที่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมช็อกโกแลตและแอปเปิ้ล เป็นของหวานสไตล์โฮมเมดที่รับรู้ได้ถึงความพิถีพิถันในการทำของร้าน เมนูนี้ราคา 180 บาท

บรรยากาศร้านเงียบสงบ คลอไปด้วยเพลงสากลยุค 70 เหมาะสำหรับมานั่งกินข้าวแบบชิลล์ๆ แถมนอกจากร้านจะสวย บรรยากาศดี และอาหารอร่อยแล้ว พี่เจ้าของร้านยังใจดีและเป็นกันเองสุดๆ ถ้าใครแวะมาหลักสี่ก็ไม่ควรพลาดร้านนี้เลย

  • Location: 185/5-6 ซ.กำแพงเพชร 6 ซ. 5 แยก 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
  • Phone: 02 573 5488
  • Open-Close: เปิดให้บริการวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.00 น. (ร้านหยุดทุกวันจันทร์)
  • Facebook: พธู Pa-Tu Cafe and Restaurant

และทั้งหมดนี้ก็คือ One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง เป็นวันเดย์ทริปที่เที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ผ่อนคลายไปกับศิลปะ ชมวิวสองข้างทางตามรถไฟฟ้า ปิดท้ายด้วยอาหารมื้ออร่อย เหมาะที่จะไปกับเพื่อนสนิท คนรู้ใจ หรือครอบครัว แถมที่สำคัญคือเดินทางง่ายและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่แพงอีกด้วย


รวมค่าใช้จ่ายตลอด One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง
– ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง 104 บาท (52 บาท/คน)
– ค่าอาหารจิบไถ่คาเฟ่ 205 บาท (102.5 บาท/คน)
– ค่าเข้าชม MOCA Museum of Contemporary Art 500 บาท (250 บาท/คน)
– ค่าอาหารพธู Pa-tu Cafe & Restaurant 988 บาท (494 บาท/คน)

รวมค่าใช้จ่ายตลอดทริป 1797 บาท (สำหรับ 2 คน)
เฉลี่ยเหลือคนละ 898.5 บาท


เป็นยังไงกันบ้างกับ One Day Trip | เที่ยวชิลล์ๆ เดินทางง่าย ตามรถไฟฟ้าสายสีแดง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังมองหาที่เที่ยวอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ขอแนะนำ 8 คาเฟ่สไตล์มินิมอลในกรุงเทพ-ปริมณฑล เน้นสีขาวคลีน เอาใจสายคุมโทน หรือว่าใครกำลังมองหาที่ถ่ายรูปต้อนรับตรุษจีน ก็ขอแนะนำ 5 คาเฟ่สไตล์จีน เตรียมไปถ่ายรูปเช็คอิน ต้อนรับตรุษจีนแบบปังๆ


ผู้เขียน

Benz
I'm just a little girl lost in the moment

ช่างภาพ

M O S
ช่างภาพ ผู้เรียนจบครูใช้ชีวิตอย่างชิลๆ หลงรักในบรรยากาศการเดินทาง และการท่องเที่ยว ถ้ามีแมวอะไรต่างๆ จะดีขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ