tripgether.com

แม่กำปอง 2 วัน 1 คืน ขับมอเตอร์ไซค์ท้าลมหนาว กินอร่อย เที่ยวสนุก จนไม่อยากกลับบ้าน

27,940 ครั้ง
3 ธ.ค. 2564

เมื่ออากาศเย็นเริ่มแผ่ปกคลุมทางภาคเหนือ ก็เป็นสัญญาณเริ่มต้นของฤดูแห่งการท่องเที่ยว และหลังจากผ่านความวุ่นวายมาทั้งปีแล้ว การมองหาที่เงียบสงบ ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการพักผ่อน หมู่บ้านแม่กำปอง ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจหลายคน หมู่บ้านเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและลำธาร ที่เที่ยวสุดสโลว์ไลฟ์ เดินทางไม่ยากและใช้ระยะเวลาไม่นานจากตัวเมืองเชียงใหม่ เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น โดยครั้งนี้ทริปเก็ทเตอร์จะพาไป เป็นทริป 2 วัน 1 คืน เดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ ขับชิลล์ๆ รับกลิ่นอายป่าเขา มาดูกันดีกว่าว่าระยะเวลาเพียงแค่ 2 วัน เราสามารถเก็บจุดเช็คอินที่ไหนได้บ้าง ไปดูกันเลย!!


แม่กำปอง 2 วัน 1 คืน ขับมอเตอร์ไซค์ท้าลมหนาว กินอร่อย เที่ยวสนุก จนไม่อยากกลับบ้าน

แม่กำปอง 2 วัน 1 คืน ขับมอเตอร์ไซค์ท้าลมหนาว กินอร่อย เที่ยวสนุก จนไม่อยากกลับบ้าน


Day 1

การเดินทางของเราเริ่มต้นกันที่สนามบินดอนเมืองตอนเวลา 07.00 น. ใช่แล้ว!! เราเลือกที่จะนั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่กัน เครื่องเทคออฟตอน 08.40 น. และพาเรามาถึงเชียงใหม่ตอน 09.45 น. เริ่มทริปกันด้วยการไปเช่ามอเตอร์ไซค์กันที่ ฟังกี้ไบค์ เรนทอล (Funky Bike Rental) เราเลือกเช่ารถ Honda PCX 2018 ซึ่งเป็นรถยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว การเช่ารถก็ง่ายมากๆ ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นพนักงานจะดำเนินการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ น้ำมันเต็มถัง รถพร้อม หมวกกันน็อคพร้อม ก็เดินทางไปแม่กำปองกันเลย

ที่นี่มีรถมอเตอร์ไซค์ให้เลือกมากมาย และมีให้เช่าตั้งแต่รายวันจนถึงรายเดือน

ทางร้านมีการตรวจสภาพรถก่อนการใช้งาน พร้อมแนะนำวิธีการใช้อย่างละเอียดและวิธีการขับขี่อย่างปลอดภัยในทุกเส้นทางที่เราเดินทาง

 

 

ขี่มอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยถนนหมายเลข 1317 จนมาถึง น้ำพุร้อนสันกำแพง จุดหมายแรกที่จะมาเช็คอินกัน

น้ำพุร้อนสันกำแพง เป็นทางผ่านก่อนขึ้นไปยังหมู่บ้านแม่กำปอง มาพักให้หายเหนื่อยจากการขี่มอเตอร์ไซค์กันก่อน น้ำพุร้อนที่พวยพุ่งมาจากพื้นดิน เกิดจากความร้อนใต้ผิวโลกที่รวมตัวกัน จนอุณหภูมิอยู่ในจุดเดือดและสร้างแรงดันจำนวนมากจนเป็นน้ำพุขึ้นมาเหนือพื้นดิน ภาพนี้เป็นผลงานการสร้างสรรค์จากธรรมชาติที่มหัศจรรย์มาก

นี่คือคำภีร์การต้มไข่ เลือกระดับความสุกได้ด้วยตัวเองเลย โดยไข่ต้มที่ต้มจากนำ้พุร้อนที่อุณหภูมิ 105 องศา จะได้ไข่ขาวเหลว ส่วนไข่แดงข้างในจะสุกหน่อยๆ

มารองท้องเบาๆ ด้วยไข่ต้มจากบ่อน้ำร้อน อย่างเราชอบไข่สุก ก็จะแช่ไข่ประมาณ 8 นาที

ระหว่างแกะไข่กินไป ก็นั่งแช่เท้าในน้ำร้อนไปด้วย น้ำที่ร้อนถึง 40 องศา ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีมาก หลังแช่น้ำร้อนเสร็จ รู้สึกได้เลยว่าเท้าเบามาก ช่วยคลายความเหนื่อยล้าไปได้เยอะ และพร้อมออกเดินทางกันต่อเลย

 

ตอนนี้ก็ได้เวลาของข้าวเที่ยง เราแวะมากินกันที่ ธารทองลอดจ์ รีสอร์ทขนาดใหญ่ท่ามกลางหุบเขา ที่มาพร้อมพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีทั้งสวนและลำธารธรรมชาติที่ไหลผ่านตัวรีสอร์ท บรรยากาศมีความร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักผ่อน การตกแต่งทุกอย่างทำมาจากไม้ ทำให้ดูกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ การแวะมากินอาหารพร้อมกับวิวอลังการ ช่วยให้เจริญอาหารมากจริงๆ

 

ทางรีสอร์ทมีพื้นที่กว้างมาก เดินเล่นชิลล์ๆ ชมนกชมไม้ และมีมุมถ่ายรูปคู่กับธรรมชาติสวยๆ หลายจุดเลย

นอกจากเป็นที่พักแล้ว ยังมีร้านอาหารธารทองที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เมนูก็มีให้เลือกมากมาย เห็นแล้วแทบอยากจะสั่งมาให้ครบทุกเมนู มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น! มาภาคเหนือทั้งที เราก็เลยลองสั่งเมนูทางเหนือมาส่วนหนึ่ง คือ แกงฮังเลกับผัดผักเชียงดา ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านของคนเหนือ และเมนูอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดธารทอง ต้มส้มไก่ใบมะขาม และปลาทับทิมสมุนไพร

เมนูไก่ทอดธารทองที่อยากให้ทุกคนได้ลองชิมกัน หนังกรอบๆ ไก่หมักมาหอมๆ อร่อยจนอยากสั่งอีกจานเลย


ผัดผักเชียงดาจะมีรสชาติคล้ายๆ กับใบเหลียงผัดไข่ ต่างกันแค่การนำผักท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบ แต่ก็อร่อยเหมือนกันนะ

  • Location: ม.8 99/1-3 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • Phone: 091 072 6049
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.
  • Facebook: Tharnthong Lodges

 

เดินทางมาทั้งวัน ในที่สุดก็มาถึงที่พักกันแล้ว ที่แม่กำปองฮิลล์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวหมู่บ้านแม่กำปอง ที่พักรายล้อมไปด้วยสายลม สายหมอก และวิวภูเขาที่มีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่กันอย่างหนาแน่น ธรรมชาติอยู่ร่วมกันกับที่พักได้อย่างลงตัว มานั่งพักชิลล์ๆ เพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติ


เราเลือกพักกันแบบ เต๊นท์กระโจมหลังใหญ่ เพราะเป็นห้องที่จะได้สัมผัสธรรมชาติกันอย่างใกล้ชิด ภายในเต๊นท์มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน หมอนนุ่ม ผ้าห่มหนา รวมถึงมีเครื่องปรับอากาศด้วย

วิวหน้าเต็นท์เป็นวิวภูเขาแบบพาโนราม่า นั่งดูสายหมอกที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านกับความเขียวขจีของผืนป่า สบายอย่าบอกใครเลย

ความพิเศษของห้องพักแบบเต็นท์กระโจมคืออ่างอาบน้ำแบบ outdoor มาทิ้งตัวลงอ่าง แล้วดื่มด่ำไปกับความงดงามของธรรมชาติกันเถอะ

บ้านฮอบบิทหลังเล็กๆน่ารัก ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรมาถ่ายรูป

  • Location: 98/14 ม.8 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • Phone: 063 196 4579, 086 895 7241
  • Price: ห้องชมดาว ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท/คืน, เต็นท์กระโจมหลังใหญ่ ราคาเริ่มต้น 4,500 บาท/คืน, เต็นท์โดมหลังเล็ก ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท/คืน
  • Facebook: แม่กำปองฮิลล์ เชียงใหม่

 

ช่วงเย็นมาเดินเล่น เช็คอิน ถ่ายรูปบรรยากาศถนนคนเดินที่ตัวหมู่บ้านแม่กำปองสักหน่อย ก่อนจะไปฝากท้องกันที่ ร้านอัญชัญ Slow Cook ร้านอาหารเล็กๆ ที่มีความพิถีพิถันในการปรุงอาหารและใส่ใจในทุกรายละเอียด สมกับคอนเซ็ปต์ของทางร้านที่ว่า Slow Cooking เนิบช้าแต่อร่อยล้ำ เมนูแนะนำของทางร้านคือ ข้าวซอย และนอกจากนั้นเราก็สั่งเพิ่มไส้ย่าง ส้มตำ เมี่ยงปลาทับทิมเผาผักสด เรียกได้ว่าจัดมื้อใหญ่กันเลย

ข้าวซอยไก่ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ใครมาห้ามพลาด

เมี่ยงปลาทับทิมเผาผักสด ปลาไซส์ใหญ่คัดพิเศษที่มีขายในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น กินกันเต็มๆ คำ พร้อมกับน้ำจิ้มรสแซ่บ

  • Location: บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • Phone: 081 883 4597
  • Open-Close: เปิดให้บริการวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.00 น. (ร้านปิดวันจันทร์ – อังคาร)
  • Facebook: ร้านอัญชัญ Slow cook แม่กำปอง

Day 2

เช้าวันที่ 2 นาฬิกาปลุกตั้งแต่ตี 5 เป็นเสียงที่บอกให้เราเตรียมพร้อมไปดูแสงยามเช้าได้แล้ว ออกจากที่พัก แม่กำปองฮิลล์ ขี่มอเตอร์ไซค์ในช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าเป็นการท้าลมหนาวที่แท้จริง ลมเย็นๆ พัดผ่าน ช่วยปลุกให้เราตื่นเต็มตาเลยทีเดียวขับมาเรื่อยๆ จนถึงโรงเรียนในหมู่บ้านแม่กำปอง ซึ่งเป็นจุดนัดพบกับคนในหมู่บ้านที่จะพาเราไป กิ่วฝิ่น เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น การเดินทางไปกิ่วฝิ่น แนะนำให้ไปกับชาวบ้านดีกว่า เพราะทางที่ไปค่อนข้างยากและต้องมีความชำนาญ สำหรับรถที่เราใช้ขึ้นกิ่วฝิ่น เป็นรถสองแถวสีเหลือง ราคาไป – กลับเพียงคนละ 100 บาทเท่านั้น

  • Phone: 093 101 4716 (คุณหนุ่ม)
  • Price: รถขึ้นกิ่วฝิ่น ราคา 100 บาท / รถรับ-ส่งในหมู่บ้านแม่กำปอง ราคา 20 บาท


กิ่วฝิ่น
อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างเชียงใหม่และลำปาง นี่คือจุดดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่คนมาแม่กำปองห้ามพลาด!! อากาศข้างบนสดชื่นมาก สูดอากาศรับออกซิเจนเข้าไปเต็มปอด

ตอนแรกก็แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเพราะหมอกลงเยอะมาก แต่พอเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลหมอกแบบนี้ ก็ช่วยฮีลใจได้เหมือนกัน ในฤดูหนาวหมอกจะเยอะมากและอากาศเย็นสบาย ใครที่จะขึ้นมากิ่วฝิ่นแนะนำเตรียมเสื้อแขนยาวให้พร้อมจะดีกว่า


มากิ่วฝิ่นก็เหมือนเราได้เดินทางข้ามจังหวัดเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

แสงแดดยามเช้าเริ่มส่องมาทั่วทั้งหมู่บ้าน ได้เวลาบอกลากิ่วฝิ่นและเดินทางไปยังจุดหมายถัดไป ในที่ที่ธรรมชาติยังคงงดงามเสมอ คำพูดนี้สามารถใช้ได้กับ น้ำตกแม่กำปอง น้ำตกขนาดเล็กแต่ธรรมชาติโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์มาก กลิ่นดิน ละอองน้ำ เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง ทั้งหมดนี้คือมนต์เสน่ห์ของน้ำตกแม่กำปองที่ดึงดูดเราไว้จนไม่อยากไปไหน

  • Location: ม.3 ต.ห้วยแก้วกิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

 

ดื่มด่ำไปกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติแล้ว ก็มาดูความเรียบง่ายของวัดคันธาพฤกษา หรือที่เราเรียกกันว่า วัดแม่กำปอง วัดนี้เป็นวัดประจำหมู่บ้านแม่กำปองและเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในที่แห่งนี้ด้วย สถาปัตยกรรมแบบล้านนาโบราณ ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้และสายน้ำ ให้ความรู้สึกที่สงบและทรงคุณค่ามากๆ

 

อีกหนึ่งจุดสำคัญของวัดแม่กำปอง คือ โบสถ์กลางน้ำ ที่ใครมาก็ต้องเข้ามาเยี่ยมชม

  • Location: ต.ห้วยแก้วกิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว มิน่าทำไมเสียงท้องเริ่มดังประท้วงล่ะ ใช้เวลาสักพักในการเดินหาร้านอาหาร และสุดท้ายก็มาจบที่ ร้านข้าวซอยกลอยใจ ร้านอาหารเหนือใจกลางหมู่บ้านแม่กำปอง เมนูแนะนำของร้านมีทั้งข้าวซอยหมู ข้าวซอยไก่ ไส้อั่วสมุนไพร และเมนูใหม่ล่าสุดอย่างเมนูกัญชาก็มีให้ลองชิมเหมือนกัน

 
 

เมนูใหม่ที่ต้องลองเลย ก็คือไข่เจียวกัญชา

อีกเมนูเครื่องดื่มที่ทำจากกัญชา ก็คือชากัญชา

 

กินมื้อเที่ยงเป็นอาหารคาวแล้ว จะขาดขนมหวานไปได้ไงล่ะ!! ก่อนขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปตัวเมืองเชียงใหม่ มองหาคาเฟ่นั่งชิลล์ๆ กันอีกสักนิด Teddu Cafe คาเฟ่ริมน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมีทั้งโซนเอ้าท์ดอร์และอินดอร์ พร้อมเมนูเครื่องดื่มและขนมปังมากมาย มาเติมน้ำตาลในเลือดกันก่อนเดินทางกลับ

เป็นคาเฟ่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก นั่งจิบกาแฟ ฟังเสียงน้ำตก ฟินมากๆ

อเมริกาโน่ น้ำส้ม

ที่ประทับใจเลย คือ ครัวซองต์ของเท็ดดู้ที่อร่อยไม่แพ้กรุงเทพฯ

จุดไฮไลท์ที่ใครมาก็ต้องเช็คอิน สะพานแขวนที่ทอดยาวท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ มองจากสะพานวิวดีสุดๆ เห็นความเขียวขจีของป่าไม้นานาพันธุ์ ไปถึงต้องถ่ายรูปลงโซเชียลให้ได้

  • Location: บ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • Phone: 095 893 5237
  • Open-Close: เปิดให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.30 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการเวลา 08.30 – 17.00 น. (เครื่องชงกาแฟปิด 16.30 น. นั่งได้ถึง 17.00 น.)
  • Facebook: Teddu Coffee – Teddu Inn Maekampong

 

จบกันไปแล้วกับทริปแม่กำปอง 2 วัน 1 คืน ขับมอเตอร์ไซค์ท้าลมหนาว กินอร่อย เที่ยวสนุก จนไม่อยากกลับบ้าน ขี่มอเตอร์ไซค์ชิลล์ๆ อยากเที่ยวที่ไหน อยากกินอะไร ก็แวะจอดได้เลย แพลนเที่ยวตามใจแบบนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวให้ครบ ก็ลองเอาทริปนี้เป็นแนวทางในการวางแพลนเที่ยวได้เลย


รวมค่าใช้จ่ายตลอดทริปแม่กำปอง 2 วัน 1 (สำหรับ 2 คน)
– ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ที่ Funky Bike Rental สำหรับ 2 วัน 1,000 บาท  (500 บาท/คน)
– ค่าเข้าน้ำพุร้อนสันกำแพง 80 บาท (40 บาท/คน)
– ค่าไข่ต้ม 40 บาท (20 บาท/คน)
– ค่าอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารธารทอง 860 บาท (430 บาท/คน)
– ค่าที่พักแม่กำปองฮิลล์ เป็นเต็นท์กระโจมหลังใหญ่ 4,500 บาท/คืน (2,250 บาท/คน)
– ค่าอาหารเย็นที่ ร้านอัญชัญ 490 บาท (245 บาท/คน)
– ค่ารถสองแถวเหลืองขึ้นกิ่วฝิ่น 200 บาท (100 บาท/คน)
– ค่าอาหารกลางวันที่ ร้านข้าวซอยกลอยใจ 314 บาท (157 บาท/คน)
– ค่าขนมและเครื่องดื่มที่ Teddu Cafe 375 บาท (188 บาท/คน)
– ค่าน้ำมัน 200 บาท (100 บาท/คน)

ค่าใช้จ่ายตลอดทริปรวม  8,059 บาท
(ค่าใช้จ่ายตลอดทริปประมาณคนละ  4,030 บาท)
**ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป – กลับและของฝากต่างๆ**


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
รีวิวที่พักแม่กำปอง>> อัปเดต 18 ที่พักแม่กำปองปลายปี 2021 ไปสูดอากาศดีๆ กลางป่าเขา
รีวิวคาเฟ่+ร้านอาหารแม่กำปอง>> 11 ร้านอาหาร คาเฟ่ แม่กำปอง – แม่ลาย อัปเดตปลายปี 2021


 


ผู้เขียน

justjanejen
I'm not sure what's wrong with me but I know I'm not like the others.

ช่างภาพ

satay
ภาพถ่ายเติมชีวิตให้มีสีสันไม่น้อยไปกว่าศิลปะและดนตรี

BENJAPol
เป็นช่างภาพ/วีดีโอ ที่ชอบการผจญภัยท่องเที่ยว แต่ก็อยากเป็นเศรษฐี ฉันนะสิ ฉันนะสิ!!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ