tripgether.com

น่าน 3 วัน 2 คืน เที่ยวปัว-บ่อเกลือ มีเวลาน้อย แต่เที่ยวได้คุ้ม รีชาร์จความสุขได้เต็มกระเป๋า

91,989 ครั้ง
29 ต.ค. 2562

น่าน เมืองเนิบช้าที่ใครได้มาก็อยากอยู่น่านให้นานๆ น่านจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เราไม่อยากให้คุณพลาดในช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ ถ้าพร้อมแล้วเตรียมเก็บกระเป๋าแล้วตามรอยเรามาเลย รับรองทริปนี้เมมเต็มได้รูปสวยๆ กลับไปอวดเพื่อนกันเพียบอย่างแน่นอน!!


Day:1

เริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพ ไปยังจังหวัดน่านด้วยสายการบินชั้นประหยัด ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เราก็วาร์ปมาถึงจุดเช็คอินแรกของเราในทริปนี้ที่ วัดภูมินทร์ เที่ยวชมความงดงามของภาพจิตกรรมฝาผนัง และไหว้พระ ขอพร และถ่ายรูปมุมยอดฮิตคู่กับภาพไฮไลท์ “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือ ภาพกระซิบรักบันลือโลก

บรรยากาศด้านในอุโบสถ

จากวัดภูมินทร์ เดินข้ามถนนไปไม่กี่ก้าว เรามาหามุมถ่ายรูปกันต่อที่ ซุ้มอุโมงค์ลีลาวดี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจังหวัดน่าน มาถึงแล้วก็ไม่รีรอค่ะ หามุมถ่ายรูปชิคๆ คูลๆ ไว้อัพลงโซเซียลกันเลย

มุมถ่ายรูปเพียบ!!

ช่วงที่เรามาจะเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคมต้นลีลาวดีอยู่ที่ช่วงผลิใบ แต่ก็มุมถ่ายรูปชิคๆ ได้แบบไม่ซ้ำใครนะ หรือถ้าอยากมาเที่ยวช่วงที่ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งก็แนะนำเป็นช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

เดินเที่ยวชมตัวเมืองน่านกันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลามื้อกลางวันเราเลยแวะมาฝากท้องกันที่ร้าน สุดกองดี คาเฟ่ ร้านอาหารริมน้ำน่าน บรรยากาศสุดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ 

เมนูอาหารของที่นี่จะเป็นสไตล์ฟิวชั่น มีเมนูแนะนำเป็นหมูย่างจิ้มแจ่ว และผัดกระเพราหมูย่าง ทานคู่กับน้ำสมูทตี้ชื่นใจสุดๆ ไปเลย สุดกองดีคาเฟ่ เปิดให้บริการเวลา 09.00 – 23.00 น. โทร. 086 995 6545

รับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวลุยต่อ… เพื่อเดินทางไปยังบ่อเกลือ และเตรียมเช็คอิน นอนฟินกันที่ บ่อเกลือ ริเวอร์ ฮิลล์ ที่พักบนเนินเขาที่มาพร้อมกับห้องพักสไตล์บูติกสุดเก๋ไก๋ มีอ่างอาบน้ำส่วนตัว ให้นอนแช่น้ำอุ่น พร้อมชมวิวธรรมชาติได้แบบฟินๆ บ่อเกลือ ริเวอร์ ฮิลล์ โทร. 061 196 3665, 098 256 5962 (คุณต๋อง)

จากตัวเมืองน่านประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ เราก็มาถึงยังที่พักของเราในคืนนี้ ก้าวแรกที่มาถึงทางที่พักต้อนรับด้วย Welcome Drink น้ำสมุนไพรสุดชื่นใจ

และยังมีสปาหินแร่ในแช่เท้า ปรับสมดุล ให้คุณได้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากเดินทางกันมาเหนื่อยๆ

และห้องพักของเรา Oasis Suite ห้องพักสไตล์บูติกสุดเก๋ไก๋ที่นำความเป็นล้านนามาผสมผสานได้อย่างลงตัว พิเศษสุดๆ กับมุมพักผ่อนอ่างอาบน้ำสุดชิลล์ ให้ได้นอนแช่ตัวในน้ำอุ่น พร้อมชมวิวธรรมชาติได้แบบ 180 องศา

ส่วนมื้อเย็นก็ไม่ต้องไปไหนไกล เรามาฝากท้องกันที่ร้านอาหารของที่พัก ฟินกับเมนูอาหารพื้นเมืองกับเมนูอร่อยเด็ดที่ต้องแนะนำ น้ำพริกอ่องนครน่าน ไข่เจียวแหนมดอกโสน และหมูทอดพริกเกลือ เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ 


Day:2

เช้าวันที่สอง เราตื่นมารับอากาศที่แสนบริสุทธิ์ นั่งจิบชาร้อนๆ มองวิวภูเขากันแบบฟินๆ กับมุมไฮไลท์จุดชมสไตล์บาหลี ที่แค่พาตัวเองมานั่งตรงนี้ก็ได้รูปสวยๆ กันเพียบเลยค่ะ

หลังชมวิวสายหมอกกันจนอิ่มใจ ก็ได้เวลารับประทานอาหารเช้า โดยทางที่พักจะจัดเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์แบบบ้านๆ มีเมนูอาหารอาหารให้เลือกอร่อยกันหลายเมนูทีเดียว

รับประทานอาหารเช้าแบบฟินๆ

ช่วงสายเราเตรียมเช็คเอาท์ออกจากที่พัก และเดินทางกันต่อไปยังแลนด์มาร์คต่อไปของทริปนี้ที่สะพานบ้านสะปันจุดเช็คอินและหามุมถ่ายรูปที่ใครมาถึงแล้วก็ต้องแวะ แชะภาพมุมนี้กันสักหน่อย

เช็คอินกันต่อที่ อุ่นไอมาง คาเฟ่เล็กๆ และยังมีห้องพักริมน้ำบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ให้บริการด้วย แต่สำหรับทริปนี้เราขอแวะมานั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ ริมน้ำ และหามุมถ่ายรูปสวยๆ ก่อนจะเตรียมเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป อุ่นไอมาง โทร. 097 036 2450

จากอุ่นไอมางขับรถไปไม่ไกล แวะมาเช็คอินกันที่ บ่อเกลือบ่อโบราณหรือบ่อเกลือภูเขา ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ไฮไลท์ของที่นี่คุณจะได้ชมบ่อเกลือโบราณที่ชาวบ้านยังคงรักษาและคงใช้บ่อเกลือโบราณที่มีอายุกว่า 800 ปีได้อย่างน่าภูมิใจ ส่วนเกลือที่ได้มา คือ เกลือสินเธาว์ ที่นอกจากจะนำไปปรุงอาหาร เสริมสร้างไอโอดีนแล้ว ยังถูกพัฒนาเป็นโปรดักเก๋ๆ อย่าง สครับขัดผิว ให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย

วิธีต้มเกลือหาดูได้ที่นี่เลย

จากบ่อเกลือ ขับรถมุ่งหน้าเดินทางกันต่อไปยังอำเภอปัว โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1256 หรือที่หลายคนเรียกจนติดปากว่าถนนลอยฟ้าปัว-บ่อเกลือ ตลอดเส้นทางมีมุมสวยๆ ให้เราได้ลงมาเก็บภาพกันเพียบไม่ว่าจะเป็นช่วงถนนลอยฟ้า และจุดชมวิว 1715 

ระยะเวลาชั่วโมงนิดๆ จากบ่อเกลือ เราก็เดินทางมาถึงยัง ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ร้านอาหารและคาเฟ่ที่มาพร้อมกับมุมถ่ายรูปสุดชิค ไฮไลท์สะพานไม้กลางทุ่งนา ที่ถูกแขวนไปด้วยผ้าทอหลากสีสันที่กลายเป็นแลนด์มาร์คห้ามพลาดของที่นี่ และอิ่มอร่อยกับเมนูข้าวซอยไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว นอกจากนี้ยังมีเบเกอรี่ พร้อมเครื่องดื่มชื่นใจอีกหลายเมนูให้สั่งกันจนล้นโต๊ะ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ เปิดให้บริการเวลา 07.30 – 17.00 น. โทร. 089 264 6058

เมนูแนะนำของที่นี่ข้าวซอยไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว

มุมถ่ายรูปเพียบ

นั่งชมวิวทุ่งนากันจนเพลิน ก็ถึงเวลาเดินทางเข้าที่พักของเราในคืนนี้กันที่ โรงเรียนชาวนาบ้านศิลาเพชร โฮมสเตย์ ที่พักกลางทุ่งนาบรรยากาศสบายตา โอบล้อมไปด้วยสีเขียวที่สดชื่นรอบด้านที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก โรงเรียนชาวนาบ้านศิลาเพชร โฮมสเตย์ โทร. 089 999 7737

สำหรับห้องพักของที่นี่แม้จะไม่ได้เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ก็มาพร้อมกับมุมพักผ่อนสุดชิลล์ ให้คุณได้นอนกลิ้งรับลมเย็นจากธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน

ช่วงเย็นก็หามุมถ่ายรูปกลางทุ่งนารอบๆ โฮมสเตย์

ก่อนจะปิดท้ายทริปวันนี้ด้วยอาหารเหนือรสลำบนเถียงนา กับเมนูบ้านๆ ในชุดปิ่นโตที่เสิร์ฟมาบนขันโตก ราคาชุดละ 300 บาท ประกอบไปด้วย น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ไข่เจียว ปลาย่าง แคบหมู ผัดผัก และต้มยำไก่ในสไตล์รสมือแม่ ที่อร่อยแบบไม่ต้องหรูหรา หรือใครอยากจะสั่งเมนูอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถแจ้งได้เลย มื้อนี้เราสั่งไส้อั่วมาเพิ่ม ในราคา 50 บาทเท่านั้น

บรรยากาศช่วงค่ำ ดาวที่นี่เยอะมาก


Day:3

วันนี้ตื่นมาพร้อมกับหมอกขาวทั่วโฮมสเตย์ แค่เปิดหน้าต่างก็ได้เห็นบรรยากาศฟินๆ ได้จากบนเตียงกันเลย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีจักรยานให้ยืมมาปั่นชมวิวทุ่งนากันแบบฟรีๆ พร้อมสูดอากาศที่แสนบริสุทธิ์กันให้เต็มปอดก่อนกลับกรุงเทพ

ปั่นจักรยานรับอากาศดีๆ กันสักหน่อย

และก่อนเช็คเอ้าท์ทางโฮมสเตย์ยังได้จัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้รองท้องกันด้วยเป็นเมนูง่ายๆ อย่างข้าวต้มหมู ข้าวผัดกะเพรา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ในแบบบุฟเฟ่ให้คุณเติมได้ไม่อั้น กับมุมห้องอาหารเช้าสุดฟินให้นั่งกินข้าวพร้อมชมวิวทุ่งนาเขียวๆ

และก่อนกลับกรุงเทพวันนี้เราขอแวะเช็คอิน ไหว้พระขอพระกันอีกสักที่สองที่ มาเริ่มต้นกันที่ วัดภูเก็ต ไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะมาชมความงามของจิตรกรรม สถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนา และสักการะขอพรหลวงพ่อแสนปัว เพื่อความเป็นสิริมงคล แถมที่นี่ยังมีลานกว้างที่สามารถขึ้นมาชมและถ่ายรูปกับวิวทุ่งนาได้อีกด้วย

จากวัดภูเก็ตเราแวะไปหาของอร่อยๆ กินกันที่ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ อิ่มอร่อยกับเมนูแนะนำ พิซซ่าเห็ด แป้งบางกรอบกินคู่กับเห็ดเข้ากันได้อย่างลงตัว และหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไปกับชิงช้าและสะพานชมวิวที่มองเห็นทั้งวิวทุ่งนาและภูเขาได้อย่างงดงามทีเดียว ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 18.30 น. โทร. 081 005 1533

เมนูแนะนำ

ก่อนกลับหามุมถ่ายรูปกันอีกหน่อย

และก่อนจะปิดท้ายทริปน่านกันที่ วัดศรีมงคลหรือวัดก๋ง ไหว้พระขอพรกับวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองชาวอำเภอปัว อีกทั้งด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อนได้อย่างสวยงามทีเดียว

บรรยากาศรอบๆ วัด

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับทริปน่าน 3 วัน 2 คืน ที่เราได้เก็บบรรยากาศมาฝากกัน สำหรับทริปนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำหรับคนที่อยากพักผ่อนไปกับธรรมชาติและวัฒนธรรมที่น่ารักของเมืองน่าน ที่รับรองว่าหากใครได้มาก็เป็นอันต้องตกหลุกรักเมืองนี้จนอยากอยู่น่านกันให้นานๆ เหมือนอย่างเราอย่างแน่นอน…


สรุปค่าใช้จ่ายทริปน่าน 3 วัน 2 คืน เที่ยวปัว-บ่อเกลือ

ค่าไอศกรีม ที่ซุ้มอุโมงค์ลีลาวดี 40 บาท
ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ สุดกองดีค่าเฟ่ 330 บาท (หาร 2 คน 165 บาท)
ค่าที่พัก บ่อเกลือริเวอร์ฮิลล์ 3,550 บาท (หาร 2 คน 1,775 บาท)
ค่าอาหารอาหารเย็น ที่ร้านอาหารบ่อเกลือริเวอร์ฮิลล์ 395 บาท (หาร 2 คน 197 บาท)
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ที่ร้านกาแฟไทลื้อ 160 บาท (หาร 2 คน 80 บาท)
ค่าที่พัก โรงเรียนชาวนา 2,500 บาท (หาร 2 คน 1,250 บาท)
ค่าอาหารเย็น โรงเรียนชาวนา 350 บาท (หาร 2 คน 175 บาท)
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ 260 บาท (หาร 2 คน 130 บาท)
รวมค่าใช้จ่ายตกคนละ 3,812 บาท

**ราคานี้ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน


เรื่องที่คุณอาจสนใจ