tripgether.com

ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน

1,931 ครั้ง
29 พ.ย. 2566

การออกเดินทางท่องเที่ยว จริงๆ แล้วมีอยู่หลากหลายวิธีการ แต่จะมีสักกี่วิธีที่ทำให้เราได้โฟกัสอยู่กับเส้นทาง สนใจอยู่กับสิ่งต่างๆ รอบตัว และใส่ใจเรื่องราวของตัวเอง Road Trip เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่หลายต่อหลายคนชื่นชอบ ด้วยอย่างที่บอกไป ซึ่งเส้นทางที่ตอบโจทย์การขับรถเที่ยวแบบสบายๆ คงต้องมี เชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอนอยู่ในนั้น วันนี้ทริปเก็ทเตอร์จะพาทุกคนไปเก็บเอาความสุข ความประทับใจ รอยยิ้มตามรายทางกันกับ ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน


ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน


ทริปเส้นทางวงกลม

Day 1 : ทริปเส้นทางวงกลม เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

เราเดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่กันตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน บนเส้นทางสาย 1095 ซึ่งจุดแรกเราแวะกันที่ 32 Coffee Hill Cafe ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นคาเฟ่กลางเนินเขาเล็กๆ ติดริมถนน รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่เงียบสงบ ตัวร้านเป็นอาคารไม้แบบโอเพ่นที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นกับความเป็นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวมากๆ

32 Coffee Hill Cafe, แม่แตง

บรรยากาศภายในร้านดีมากๆ เรียกได้ว่าใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ

เมนูของที่นี่จะเป็นเมนูเครื่องดื่มเป็นหลัก มีให้เลือกอยู่หลากหลายทั้งเมนูที่เป็นกาแฟ และเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ แต่ด้วยความที่เรายังต้องเดินทางอีกไกล เลยเลือกสั่งเป็น ลาเต้อัญชัน ราคาอยู่ที่แก้วละ 90 บาท และน้ำผึ้งมะนาว 65 บาท เอามาเติมความสดชื่นให้เต็มตื่นกันแบบเน้นๆ

32 Coffee Hill Cafe

  • Location: ต.ป๋าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/ZDrYMzNcG7AAyRm98
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.

ได้เครื่องดื่มคู่ใจกันแล้ว ก็ได้เวลาขับรถต่อยาวๆ

ขับตามเส้นทางมาได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมง ก็สะดุดตากับทางโค้งที่สวยประทับใจ นั่นก็คือจุดชมวิวโค้งงาม สวยจนต้องจอดรถแวะชมวิวกันสักหน่อย

จุดชมวิวโค้งงาม, แม่แตง

ทริปเส้นทางวงกลม

ตรงจุดชมวิวสามารถมองเห็นวิวยอดภูเขาหลายลูกซ้อนกันแบบสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว

จุดชมวิวโค้งงาม


หลังจากลัดเลาะตามเส้นทาง ผ่านมาได้ 762 โค้งแล้ว เราก็เดินทางมาถึงจุดหมายแรกของเราในทริปนี้ นั่นก็คือ อ.ปาย และแน่นอนว่าก่อนเข้าในเมืองปาย ต้องไม่พลาดที่จะแวะ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย โลเคชั่นสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของไทยเลยก็ว่าได้

สะพานประวัติศาสตร์ปาย, ปาย

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย เป็นสะพานที่สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นได้สร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธจากไทยผ่านปายไปยังเมียนมาร์ และต่อมาได้บูรณะเป็นสะพานเหล็กอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

บนสะพานใช้เป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ ได้หลายมุมเลย แถมระหว่างเดินเล่นยังสามารถมองวิวแม่น้ำปายและภูเขาได้แบบชัดเจนด้วย

แม่ฮ่องสอน

สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย


ได้รูปสวยๆ แล้ว ขับเข้ามาในตัวเมืองปาย หาร้านอาหารกลางวันเติมพลังกันก่อน ขับวนหาอยู่ได้สักพัก ก็มาสะดุดตากับร้าน เย็นโฟลุยไฟ

เย็นโฟลุยไฟ, ปาย

เย็นโฟลุยไฟ เป็นร้านเล็กๆ อาคารไม้ชั้นเดียว ตั้งอยู่ติดกับสี่แยกใจกลางเมืองปาย ซึ่งทางพี่เจ้าของร้านบอกว่า เพิ่งเปิดได้ไม่นาน

ความพิเศษของทางร้านคือวัตถุดิบจะเน้นเป็นลูกชิ้นปลาที่มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดทำมาจากเนื้อปลาทะเลแท้ๆ แบบ 100% ที่ส่งมาจากเยาวราชทั้งหมด พอได้ยินแบบนี้เราก็สั่ง เย็นตาโฟต้มยำมาเลยคนละชาม ราคาอยู่ที่ชามละ 55 บาทเท่านั้นเอง

นอกจากน้ำซุปจะหอมฉุยแล้ว เครื่องที่ใส่มาในชามแน่นมาก ทั้งลูกชิ้นปลาสารพัดรูปแบบ หนังปลากรอบ เครื่องเย็นตาโฟ แถมรสชาติยังจัดจ้าน เหมือนกับชื่อร้านเลย

เย็นโฟลุยไฟ

  • Location: ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/w5sx8iZHAcJWdvDb6
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน 11.00 – 20.30 น.

จัดมื้อกลางวันกันแล้ว ก็ถึงเวลาของการพักผ่อนในช่วงบ่าย เราขับรถออกมาจากตัวเมืองปายประมาณ 30 นาที เพื่อมาผ่อนคลายกันที่ น้ำพุร้อนไทรงาม

น้ำพุร้อนไทรงาม, ปาย

น้ำพุร้อนไทรงาม หรือบ่อน้ำแร่ธรรมชาติไทรงาม เป็นแหล่งออนเซ็นธรรมชาติ อยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ซึ่งการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ของบ่อน้ำพุร้อน เราต้องเสียค่าบริการอุทยานคนละ 30 บาท และค่ายานพาหนะแบบรถยนต์ คันละ 60 บาท

ขับผ่านป้อมทางเข้าอุทยานมาเพียง 5 นาที เราก็ถึงน้ำพุร้อนแล้ว ซึ่งน้ำพุร้อนไทรงามเป็นบ่อน้ำแร่ขนาดกลาง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีชั้นตื้นๆ ที่ดหลั่นกันลงไปประมาณ 3 ชั้น แต่ชั้นที่คนนิยมลงแช่น้ำกันจะเป็นชั้นบนสุด

มาถึงแล้วไม่รอช้า รีบเปลี่ยนชุดสำหรับแช่น้ำ แล้วก็ลงไปนั่งแช่ตัวสบายๆ กันสักหน่อย ถึงจะเป็นนำ้พุร้อน แต่อุณหภูมิของน้ำอยู่ในระดับที่กำลังดี คือไม่ร้อนเกินไป เรียกได้ว่าอุ่นแบบผ่อนคลาย แถมน้ำที่นี่ใสมากๆ มองเห็นพื้นด้านล่างได้แบบชัดแจ๋ว

น้ำพุร้อนไทรงาม

  • Location: ต.แม่นาเติ้ง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/cZ4RVAEkKpSJbbYc9
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน 08.00 – 17.00 น.
  • Fee: ค่าเข้าอุทยาน 30 บาท/คน, ค่ายานพาหนะ รถยนต์ 60 บาท/คัน

Canary Guesthouse, ปาย

กลับเข้ามาในตัวเมืองปาย แล้วเข้าเช็คอิน Canary Guesthouse ที่พักในค่ำคืนแรก ความโดดเด่นของที่นี่คือบ้านสีขาวแบบสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ติดกับพื้นที่ริมแม่น้ำปาย แถมยังอยู่ใกล้กับถนนคนเดินปายอีกด้วย

ห้องพักของ Canary Guesthouse มีให้เลือกหลากหลายถึง 13 แบบ แต่ในทริปนี้เราเลือกพักห้องไฮไลท์อย่างห้อง Deluxe River ที่เป็นห้องพักที่อยู่ติดกับลานหญ้าริมแม่น้ำ มาพร้อมกับห้องพักวิวแม่น้ำปายแบบฉ่ำๆ ราคาเพียง 1,400 บาท/คืน เท่านั้นเอง คุ้มมากๆ

ภายในห้อง Deluxe River มีพื้นที่กว้างขวาง การตกแต่งเน้นโทนสีที่เรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งทีวี ตู้เย็น กาน้ำร้อน ไดร์เป่าผม และอื่นๆ อีกมากมาย ในส่วนของห้องน้ำก็แบ่งสัดส่วนได้อย่างดี

ความพิเศษของห้องนี้เลยก็คือส่วนของระเบียงที่มีชุดโต๊ะเก้าอี้ให้ออกมานั่ง ฟังเสียงน้ำ มองวิวพระอาทิตย์ตกได้แบบชิลล์ๆ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่บริเวณล็อบบี้ให้บริการผู้เข้าพักอีกด้วย บอกเลยว่าดีงามสุดๆ เพราะเป็นโซนที่นั่งแบบโอเพ่นและเอาท์ดอร์ติดริมน้ำ ให้ฟีลความเป็นมินิมอลเบาๆ แถมส่วนนี้ยังสามารถนั่งได้ยาวๆ หรือจะซื้ออาหารจากถนนคนเดินมานั่งกินได้

สำหรับใครที่เข้าพักที่ Canary Guesthouse เพียงแค่เดินข้ามสะพานไม้ไผ่ที่อยู่ติดกับที่พัก แล้วเดินต่ออีก 100 เมตร ก็ถึงถนนคนเดินแล้ว สะดวก รวดเร็วมากๆ

ทริปเส้นทางวงกลม

Canary Guesthouse

  • Location: 149 ม.1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/3aFUHuEGSNvqqYGL8
  • Phone: 099 894 3376, 093 225 4222
  • Price: ราคาห้องพักเริ่มต้น 600 บาท/คืน (ไม่รวมอาหารเช้า)  **ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามโดยตรงกับที่พักอีกครั้ง
  • Line: https://line.me/R/ti/p
  • Facebook: Canaryguesthousepai 

เวลาช่วงเย็นมาเยือน เราเลยออกมาหาร้านบรรยากาศดีๆ นั่งดูวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากัน ซึ่งเราได้ร้าน Two Huts Cafe มาจากการแนะนำในเน็ต

Two Huts Cafe, ปาย

พอขับรถมาถึงด้านหน้าทางเข้าร้าน ต้องถึงกับตกใจ เพราะมีมอเตอร์ไซค์จำนวนเกือบร้อยๆ คันจอดเรียงรายกันอยู่ แถมคนยังเยอะมากและส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

แม่ฮ่องสอน

เดินเข้ามาในตัวร้านเราก็ถึงบางอ้อทันที ว่าทำไมคนถึงเยอะมาก ก็เพราะว่าบรรยากาสของร้านดีมากๆ ตัวร้านเป็นอาคารไม้เล็กๆ 2 ชั้นแบบเปิดโล่ง ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวที่โล่งด้านล่างและแนวเขาไกลๆ พร้อมกับวิวพระอาทิตย์ตกได้แบบพาโนรามา

ที่โดดเด่นจนเป็นที่มาของชื่อร้านก็คือ กระท่อมเล็กๆ 2 หลังที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง แบบมีวิวภูเขาเป็นฉากหลัง ซึ่งใจจริงเราอยากนั่งอยู่ที่นี่แบบยาวๆ แต่ด้วยความที่คนเยอะมาก เราก็เลยตัดสินใจกันว่าถอยทัพกลับออกมาเดินหาของกินที่ถนนคนเดินกันแทนน่าจะดีกว่า (แนะนำเลยว่า ถ้าใครสนใจให้มาก่อนช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกสักหน่อยนะ เพราะคนเยอะ ที่นั่งเต็มหมดเลย)

ทริปเส้นทางวงกลม

Two Huts Cafe


ถนนคนเดินปาย, ปาย

กลับมาที่พักแล้วข้ามสะพานไม้ไผ่ เดินต่ออีก 100 เมตรก็ถึงถนนคนเดินแล้ว ต้องบอกเลยว่าถนนคนเดินที่ปาย คึกคักไม่ต่างจากถนนคนเดินในเมืองใหญ่ๆ เลย มีร้านอาหารให้เลือกเยอะมาก ทั้งร้านอาหารจานหลัก ร้านสตรีทฟู้ด ร้านขนม ไปจนถึงร้านนั่งดริ๊งค์ชิลล์ๆ

เดินเพลิน ละลานตาไปกับของกิน พอรู้ตัวอีกทีก็เต็มไม้เต็มมือไปแล้ว จัดเต็มทั้งของคาว ขนมหวาน เครื่องดื่ม ในเรื่องราคาก็เรียกได้ว่าเป็นมิตรสุดๆ ไม่แพง แถมซื้อได้เรื่อยๆ เลยทุกคน!

ถนนคนเดินปาย

  • Location: อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/JUr2Censo3MKGDh37
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 – 00.00 น.

Day 2 : ทริปเส้นทางวงกลม เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

เราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืด แล้วออกจากที่พักมายังหมู่บ้านสันติชล เพื่อขึ้นไปรอชมทะเลหมอกกันที่จุดชมทะเลหมอกหยุนไหลกัน และด้วยความที่เรามาถึงกันในช่วงเช้ามืด การเดินทางขึ้นไปด้านบนจึงต้องใช้บริการรถรับส่งของชาวบ้าน ค่าบริการจะอยู่ที่ ไป – กลับ ราคา 300 บาท (รถ 1 คัน นั่งได้ 6 คน) โดยถ้าหากใครมาถึงในช่วงเช้ามืดจนถึง 9 โมงเช้า จะไม่อนุญาตให้ขับรถส่วนตัวขึ้นไปด้านบน เพราะว่าในช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่คนค่อนข้างเยอะ และชาวบ้านต่างก็จะออกมาตลาด ทำธุระ และเด็กไปโรงเรียนกันในช่วงเช้า แต่ถ้ามาหลังจากช่วง 9 โมงไปแล้ว ก็สามารถขับรถขึ้นไปด้านบนได้เองเลย

ทะเลหมอกยุนไหล, ปาย

นั่งรถท้าลมเย็นๆ ได้ประมาณ 10 นาที เราก็ขึ้นมาถึงที่ทะเลหมอกหยุนไหลกันแล้ว บรรยากาศด้านบนเย็นสบาย ตกแต่งได้เข้ากับบรรยากาศของความเป็นหมู่บ้านจีนยูนนานแบบสุดๆ ซึ่งการเข้าพื้นที่ด้านบนเราจะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาท

แม่ฮ่องสอน

จากจุดชมวิวสามารถมองเห็นวิวทะเลหมอกและภูเขาได้แบบ 360 องศากันเลย

พอฟ้าเริ่มสว่าง สายหมอกก็พากันออกมาทักทายเรากันแบบทะลักทะลาย มองไปทางไหนก็สวยมากๆ

แม่ฮ่องสอน

นอกจากทะเลหมอกแล้ว ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เดินเล่น โพสท่ากันเยอะมาก ทั้งป้ายทะเลหมอกน่ารักๆ บ้านดินแบบจีนยูนนาน หรือจะเป็นมุมต้นสนที่มีพวงกุญแจรูปหัวใจแขวนอยู่นับร้อยๆ พวง

แถมยังมีร้านอาหารเช้าให้บริการด้วย มีทั้งโจ๊ก ข้าวต้ม แต่ที่ต้องลองเลยก็คือหมั่นโถวนึ่งและหมั่นโถวทอด ลูกละ 15 บาท กินคู่กับน้ำชาร้อนๆ ชุดละ 20 บาท

ยกมานั่งกินที่บาร์กลางแจ้งแบบนี้ฟินมาก ขนมก็อร่อย แถมวิวยังสวยด้วย

จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล

  • Location: หมู่บ้านสันติชล ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/nkNNeBxJhNCGbHARA
  • Fee: ค่ารถขึ้นไปจุดชมวิว 300 บาท/ 6 คน (เหมาหรือแชร์กับคนอื่นๆ ได้), ค่าเข้า 20 บาท/คน

บ้านสันติชล, ปาย

ดูทะเลหมอกกันจนหนำใจแล้ว เราก็นั่งรถลงมาด้านล่าง และแวะเที่ยวที่ร้านอาหารชุมชนสันติชลกันต่อ ซึ่งจุดนี้จะอยู่ตรงข้ามกับลานจอดรถขึ้นทะเลหมอกเลย

บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและอากาศที่เย็นสบาย แถมรูปทรงอาคารแต่ละหลังยังเป็นบ้านดินแบบจีนยูนนานอีกด้วย แถมยังมีร้านอาหาร ร้านค้า รวมทั้งกิจกรรมและมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้ได้ใช้เวลาสบายๆ เดินเล่นชมบรรยากาศได้แบบยาวๆ

แม่ฮ่องสอน

ที่ต้องไม่พลาดเลยก็คือ ชิงช้าม้ง เห็นอันเล็กๆ แบบนี้พอได้ขึ้นไปนั่งจริงๆ ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะเนี่ย สนุกทั้งคนนั่ง ทั้งคนไกวเลย ราคาอยู่ที่คนละ 25 บาทเท่านั้นเอง

หมู่บ้านสันติชล


โบกมือลาเมืองปาย แล้วเดินทางยาวๆ กันต่อมายังจุดหมายที่ต่อไป ในเขต อ.ปางมะผ้า

ถ้ำน้ำลอด, ปางมะผ้า

ถึงแล้ว ถ้ำน้ำลอด ถ้ำโบราณสุดอันซีนของเมืองแม่ฮ่องสอน ที่มีอายุเก่าแก่นับพันๆ ปี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ซึ่งการเข้ามายังถ้ำลอดก็จะเหมือนกับอุทยานอื่นๆ คือต้องเสียค่าบริการคนละ 30 บาท และค่ายานพาหนะ รถยนต์ คันละ 60 บาท

แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปในถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะให้เราไปที่จุดลงทะเบียน เพื่อชำระค่าบริการไกด์+ตะเกียง ราคา 200 บาท/กลุ่ม และค่าแพอยู่ที่คนละ 30 บาท เมื่อเรียบร้อยแล้ว พี่ๆ ไกด์ก็จะเดินนำเราไปยังปากถ้ำ

เดินผ่านแนวป่ามาได้ประมาณ 10 นาที เราก็มาถึงบริเวณปากถ้ำแล้ว ซึ่งด้านหน้าจะมีลำธารใหญ่ไหลลอดออกมาจากถ้ำ แถมปากถ้ำยังกว้างและมีต้นไม้ปกคลุมอยู่แน่นเลยด้วย ให้ฟีลแบบโลกดึกดำบรรพ์สุดๆ

ด้านหน้าถ้ำจะเป็นจุดขึ้นแพไม้ไผ่ ซึ่งการล่องแพนี้เองเป็นกิจกรรมไฮไลท์สุดอันซีนของถ้ำน้ำลอดเลย ซึ่งแพ 1 ลำจะนั่งได้ประมาณ 4 – 5 คน และใช้วิธีการค่อยๆ ถ่อล่องตามลำธารเข้าไปด้านใน

แม่ฮ่องสอน

ถ้ำน้ำลอดเป็นถ้ำที่มีโถงอยู่ 3 ถ้ำด้วยกัน คือถ้ำเสาหินหลวง ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน แต่ด้วยความที่เรามาช่วงฤดูฝนทิ้งช่วงได้ไม่นาน (ต้นเดือนพฤศจิกายน) จึงทำให้ลำธารภายในถ้ำยังมีระดับน้ำที่ไม่คงที่ รอบนี้เราเลยได้เข้าชมเพียงถ้ำเสาหินหลวง ซึ่งเป็นถ้ำแรกเท่านั้น

ภายในถ้ำเสาหินหลวง จะมีเพียงแสงสว่างจากตะเกียงเท่านั้น เดินไปตามจุดต่างๆ พี่ไกด์ก็จะยกตะเกียงส่องไฟให้เราได้ชมความสวยงามของหินงอก หินย้อยเป็นระยะๆ และด้านกลางโถงถ้ำเป็นที่ตั้งของเสาหลวง หรือเสาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากหินงอกมาบรรจบกับหินย้อย

นอกจากเสาหลวงแล้ว ทั่วทั้งถ้ำยังมีจุดต่างๆ ให้ได้ชมความสวยงามกันแบบไม่พัก ทั้งม่านหินย้อย หินรูปทรงต่างๆ อย่างหินรูปหนุมานถือกระบอง หินน้ำไหล และรูปแบบอื่นๆ อีกเพียบเลย

ถ้ำน้ำลอด

  • Location: บ้านถ้ำลอด ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/HmkSM3vsJJm6UgQq8
  • Price: ค่าแพ 30 บาท/คน, ค่าบริการไกด์+ตะเกียง 200 บาท/กลุ่ม
  • Open-Close: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

ออกจากถ้ำน้ำลอด ขับตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ได้ราว 2 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึง หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเอกลัษณ์แบบไม่ซ้ำใคร ที่มีทั้งทะเลสาบกลางหมู่บ้าน และแนวภูเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบอยู่ ซึ่งคืนนี้เราจะนอนค้างเอาบรรยากาศที่นี่กัน

ทริปเส้นทางวงกลม

Wojia Resort, บ้านรักไทย

ต้องบอกว่าโชคดีมากๆ ที่เราสามารถจองห้องพักของ Wojia Resort  ได้ เพราะที่นี่ห้องพักเต็มเร็วแถมเต็มยาวมากๆ ความเก๋ของที่นี่คือเป็นที่พักที่เพิ่งเปิดใหม่แบบสดๆ ร้อน แถมยังมีบ้านพักเพียง 3 หลังเท่านั้น ตั้งอยู่บนเนินใกล้กับทะเลสาบอีกด้วย โลเคชั่นดีสุดๆ

แม่ฮ่องสอน

เรานอนพักกันที่ Wojia02 หรือ บ้านหนิงเหอ บ้านพักหลังด้านล่างที่ติดกับวิวทะเลสาบและไร่ชา เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่สามารถเข้าพักได้ 4 คนกันเลย ราคาคืนละ 5,500 บาท/คืน (รวมอาหารเช้าแล้ว)

ภายในห้องพักเน้นการตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโทนและวัสดุแบสไตล์โมเดิร์นเอเชียน การออกแบบนี่คือต้องยกนิ้วให้เลย  ทุกองค์ประกอบ ทุกสัดส่วนของห้อง รวมทั้งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลงตัวไปหมดทุกย่าง และที่เป็นไฮไลท์เลยก็คือในห้องจะมีกระจกใสบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบ ภาพหมู่บ้าน และท้องฟ้าได้ ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหนก็มองเห็นทุกมุม

ความพิเศษอีกอย่างก็คืออ่างอาบน้ำที่ตั้งอยู่ด้านริมของห้อง ติดกับกระจกวงกลมที่เพียงแค่มองออกไปก็จะได้เห็นทั้งวิวไร่ชาและทะเลสาบแบบฉ่ำๆ แถมยังมีชุดชาเสิร์ฟให้จิบไป แช่น้ำไปด้วย

ด้านชั้น 2 ก็มีเก้าอี้เอนหลังติดกับกระจกใจวิวสวนสวยๆ เปลตาข่ายกลางห้อง พร้อมกับเตียงที่มีมุ้งคลุมน่ารักๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของระเบียงด้านนอกให้ออกไปนั่งห้อยขารับลม ชมวิวสบายๆ

Wojia Resort

  • Location: หมู่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/6fS6f3QEsr8W9S668
  • Phone: 062 798 1288
  • Price: ราคาห้องพักบ้านหนิงเหอ 5,500 บาท/คืน (รวมอาหารเช้า)  **ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาสอบถามโดยตรงกับที่พักอีกครั้ง
  • Facebook: Wojia我家 

เก็บกระเป๋า นั่งพักให้หายเหนื่อยกันแล้ว ก็ได้เวลาช่วงเย็นพอดี ซึ่งเราตั้งใจว่าจะไปนั่งเรือจีน กิจกรรมไฮไลท์ของหมู่บ้านรักไทยกัน แต่บังเอิญว่ายังพอมีเวลาเหลือก่อนขึ้นเรือ ก็เลยออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศหมู่บ้านรักไทยกันสักหน่อย

เดินเล่นหมู่บ้านรักไทย

บรรยากาศในหมู่บ้านรักไทยอบอวลไปด้วยเสน่ห์แบบจีนยูนนาน และเต็มไปด้วยความคึกคักของร้านค้า ผู้คน และสีสันของโคมไฟที่ตกแต่งอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้าน

ทริปเส้นทางวงกลม

เดินเล่นได้สักพักก็ใกล้เวลาขึ้นเรือ รอบที่เราจองคือ 18.20 น. (แนะนำว่าให้จองรอบเรือไว้ล่วงหน้านะ เพราะคิวค่อนข้างแน่นเลย) สามารถเอาหลักฐานการจองมาแสดงให้กับพนักงานที่ร้านลีไวน์ได้เลย และระหว่างนั่งรอ ก็เหลือบไปเห็นขนมหวาน ด้วยความที่อดใจไม่ไหวเลยต้องสั่งมากินสักหน่อย เมนูที่เราสั่งคือเครปเค้กชาเขียว ที่หวานกำลังดี หอมกลิ่นชามากๆ ราคาชิ้นละ 120 บาทเท่านั้น

ล่องเรือจีน, บ้านรักไทย

ท่าเรือจะอยู่ติดกับร้านอาหารลีไวน์ ซึ่งสามารถเดินลงไปขึ้นเรือได้จากในร้านเลย จะมีพนักงานพายเรือให้บริการพาขึ้นเรือ รับส่งที่ท่า

แม่ฮ่องสอน

เรือที่เรานั่งเป็นเรือลำเล็ก นั่งได้ 4 คน มีเก๋งแบบจีนที่ประดับโคมไว้อย่างสวยงาม โดยใน 1 รอบ จะใช้เวลาล่องประมาณ 40 นาที และถ้าเราอยากได้ภาพมุมไหน หรืออยากล่องไปชมวิวตรงไหนก็บอกพนักงานพายเรือได้เลย

มุมหัวเรือแบบนี้ก็สวยไม่เบา เห็นเงาแสงสะท้อนบนผืนน้ำของหมู่บ้านอยู่ไกลๆ ด้วย

เรือแต่ละลำ มีชายอดน้ำค้างร้อนๆ ให้บริการฟรี ได้ลองชิมดูแล้ว บอกเลยว่าหอมละมุนมากๆ อากาศเย็นๆ จิบชาอุ่นๆ แบบนี้ ฟินที่สุด

ล่องเรือจีน


กินบรรยากาศกันจนอิ่มใจแล้ว มากินอาหารอร่อยๆ ให้อิ่มท้องกันต่อ และมื้อนี้ไม่ต้องไปไหนไกลเลย เพราะเราฝากท้องไว้กับ Leewine restaurant ที่อยู่ติดกับท่าเรือ

Leewine restaurant, บ้านรักไทย

ร้าน Leewine restaurant เป็นร้านอาหารจีนชื่อดังของหมู่บ้านรักไทย ที่ไม่ว่าใครมาต่างก็ต้องไม่พลาดที่จะแวะเข้ามาชิมเมนูอาหารอร่อยๆ กัน ตัวร้านเป็นอาคารไม้แบบเปิดโล่งติดกับทะเลสาบ

ภายในมีที่นั่งให้เลือกหลากหลายมุม ทั้งด้านในโถงกลางร้านหรือจะเป็นบาร์ริมน้ำ ทั่วทั้งร้านตกแต่งด้วยโคมสีแดง ให้บรรยากาศแบบเหมือนได้นั่งกินอาหารในภัตรคารจีน

เมนูอาหารทั้งหมดเป็นเมนูอาหารแบบสไตล์จีนยูนนาน ที่มีให้เลือกนับร้อยๆ เมนู และยังมีเมนูแบบชุดที่มีให้เลือกตั้งแต่ชุดเล็ก กลาง และใหญ่ ด้วยความที่เรามากัน 4 คนเราเลยเลือกเป็นชุดเล็ก ในราคา 1,040 บาท โดยเมนูจะมีขาหมูหม้อไฟเสิร์ฟคู่กับหมั่นโถวนึ่ง ต้มจืดลูกชิ้นฮุ่ยเชียง ยำใบชา หมูผัดพริกขิงสูตรยูนนาน และข้าวสวย 1 โถ รวมทั้งกิมจิยูนนาน และน้ำเปล่าที่แถมให้ฟรี

แต่ละเมนูอร่อยหนักจัดเต็ม ในส่วนของขาหมูหม้อไฟเรียกได้ว่าทั้งนุ่ม ทั้งหอม ประทับใจมากๆ

Leewine restaurant

  • Location: หมู่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน
  • Phone: 099 371 9595  (ทางร้านไม่มีเพจ Facebook)

เดินกลับเข้ามาถึงห้องพัก อากาศเย็นๆ ท้องฟ้าเห็นดาวแบบนี้ ก็ต้องก่อไฟไว้นั่งผิงชมวิวสบายๆ กันสักหน่อย โดยสามารถแจ้งกับพนักงานที่ล็อบบี้ได้เลย เสียค่าบริการในการก่อไฟ 50 บาท


Day 3 : ทริปเส้นทางวงกลม เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

วันที่ 3 เราตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมารอดูแสงเช้า พระอาทิตย์ขึ้น บอกเลยว่าถึงจะไม่มีหมอก แต่ท้องฟ้าก็สวยประทับใจมากๆ แถมในทะเลสาบก็ยังมีเรือจีนทยอยพายออกมาเป็นส่วนประกอบของภาพยามเช้าอีกด้วย

แม่ฮ่องสอน

อาบน้ำเปลี่ยนชุดกันแล้ว ก็ออกมากินอาหารเช้ากัน ซึ่งห้องอาหารของที่พักจะตั้งอยู่ติดในภูรักษ์น้ำ รีสอร์ท ซึ่งอาหารจะเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ ที่เน้นเป็นเมนูอาหารจีนยูนนาน มีทั้งผัดหมี่ยูนนาน หมูผัดพริกขิง ข้าวผัดยูนนาน ปาท่องโก๋ หมั่นโถว แถมยังมีเครื่องดื่มเติมความสดชื่นอย่างเก็กฮวยป่าผสมน้ำผึ้งด้วย

อีกครั้งแล้วสินะที่เราต้องโยกย้าย ขับรถลุยโค้งกันต่อยาวๆ จนเข้ามาถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

ทริปเส้นทางวงกลม

วัดพระธาตุดอยกองมู, แม่ฮ่องสอน

แต่ก่อนเข้าไปเที่ยวในตัวเมือง เราแวะขึ้นมาที่วัดพระธาตุดอยกองมู วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนที่ตั้งอยู่บนยอดดอยติดกับตัวเมือง เพื่อมาไหว้พระ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน

แม่ฮ่องสอน

วัดพระธาตุดอยกองมู มีพระเจดีย์สีขาวอยู่ 2 องค์ โดยองค์ใหญ่เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะ ที่อัญเชิญมาจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ และด้านหน้าของพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารศิลปะแบบไทยใหญ่ที่ภายในเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปประธานให้ได้กราบสักการะอีกด้วย

นอกจากนี้บริเวณรอบๆ วัดยังมีจุดต่างๆ ให้ได้ไหว้ แถมยังเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยมากๆ อีกด้วย อย่างแนวเสาระฆังที่ขนานไปกับภาพวิวภูเขา บันไดที่มีรูปปั้นสิงห์คู่ซ้ายขวา หรือจะเป็นวิวตัวเมืองแม่ฮ่องสอนด้านล่างก็สวยไม่แพ้กัน

วัดพระธาตุดอยกองมู

  • Location: ต.จองคำ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/GsbF3nd18wSLLQKz9
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

รับความสิริมงคลลงมาจากดอยกองมูกันเน้นๆ แล้วเข้ามาเที่ยวเช็คอินในเมืองแม่ฮ่องสอนกันต่อ บอกเลยว่าเมืองแม่ฮ่องสอนมีความชิลล์มาก ทั้งอาคารบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัย บ้านไม้หลังไม่ใหญ่ แถมยังเงียบสงบ ให้ฟีลคนละแบบกับปายและบ้านรักไทยเลย ถือว่าตอบโจทย์คนอยากพักผ่อนแบบสงบๆ มาก

Coffee Morning , แม่ฮ่องสอน

เข้ามาในตัวเมืองทั้งที ต้องไม่พลาดมาเช็คอินที่ร้าน Coffee Morning ร้านกาแฟสุดชิคกลางเมืองแม่ฮ่องสอน ตัวร้านเป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิมที่ยังคงรักษากลิ่นอายความเก่าแก่ไว้ได้อย่างครบถ้วน

แม่ฮ่องสอน

ภายในร้านเป็นแบบเปิดโล่ง เน้นการตกแต่งแบบมีเสน่ห์มากๆ เหมือนได้มาเที่ยวชมงานคราฟต์ยังไงอย่างงั้น ในส่วนของเมนูก็มีให้เลือกเยอะใช้เล่น ทั้งกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ ไปจนถึงขนม และที่น่ารักมากๆ เลยก็คือมีกล้วยน้ำว้าให้ชิมฟรีด้วยนะ เด็ดได้จากหวีเลย

เราสั่งเป็นเมนูอเมริกาโน่ทับทิม ในราคาเพียง 65 บาทเท่านั้น กาแฟเข้มๆ เข้ากันได้ดีกับรสชาติความหอม เปรี้ยวอมหวานของน้ำทับทิมได้เป็นอย่างดี

นั่งพักผ่อนไป โพสท่าหน้ากล้องไป จริงๆ มุมในร้านมีอีกเพียบเลย ดีจนสัญญากับตัวเองว่าต้องกลับมาซ้ำให้ได้!

Coffee Morning

  • Location: 78 ถ.สิงหนาทบำรุง ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/qyHBVkxjQarYtNQAA
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน 08.00 – 17.00 น.
  • Facebook: Coffeemorning maehongson 

เก็บความน่ารักของเมืองกันแบบเต็มร้อยแล้ว ก็ขับรถต่อกันยาวๆ พุ่งเป้าไปที่แลนด์มาร์กอีกแห่งของแม่ฮ่องสอนที่หนึ่งปีมีแค่ช่วงเดียวเท่านั้น!

ทุ่งดอกบัวตอง, ดอยแม่อูคอ

ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึง ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ พอได้เห็นเท่านั้นแหละ เข้าใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงได้ดั้นด้นฝ่านับสิบ นับร้อยโค้งมาถึงที่นี่ ภาพของดอกบัวตองนับไม้ถ้วนบานอวดสีกันอร่ามไปทั่วทั้งดอยเลย อลังการแบบสุดๆ

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ มีพื้นที่กว่า 500 ไร่คลุมยอดดอยหลายลูก ซึ่งในแต่ละปีจะบานเพียงช่วงเดียวเท่านั้น คือ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และช่วงที่พีคมากๆ ก็คืกลางเดือนพฤศจิกายน และจะเริ่มทยอยร่วงไปในช่วงกลางเดือนธันวาคม

แม่ฮ่องสอน

มุมถ่ายรูปของทุ่งดอกบัวตอง เรียกได้ว่าถ่ายได้ทุกมุม ทุกพื้นที่ ตั้งแต่ริมถนน ไปจนถึงกลางทุ่งบนเนินเขา มาครั้งเดียวได้รูปกลับไปอัปได้แบบรัวๆ แน่นอน และสำหรับจุดจอดรถ บนดอยก็จะมีจุดบริการไว้ให้เป็นสัดส่วนชัดเจน ไม่ต้องกังวลเลย

ทริปเส้นทางวงกลม

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

  • Location: ดอยแม่อูคอ ต.อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/p37tbEHXPuCvEkfFA
  • Open-Close: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ดอกไม้บานช่วงเดือนพฤษจิกายน – ธันวาคม )
  • Fee: เข้าฟรี

สะพานกิ่วกุ้ง, ขุนยวม

ระหว่างทางจากดอยแม่อูคอไปที่ดอยอินทนน์ เราจะผ่านสะพานกิ่วกุ้ง หรือสะพานเซอะเดาะเด สะพานสวยที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ว่าเรากำลังเข้าสู่เขต จ.เชียงใหม่แล้ว

บ้านสวนอริยะ, ดอยอินทนนท์

เดินทางได้ราวๆ 3 ชั่วโมง ในที่สุดเราก็มาถึงโลเคชั่นสุดท้ายในทริปนี้ นั่นก็คือดอยอินทนนท์ และที่พักในคืนสุดท้ายนี้เราพักที่ บ้านสวนอริยะ ที่พักที่ตอบโจทย์การพักผ่อนให้ธรรมชาติฮีลใจอย่างแท้จริง เพราะที่นี่นอกจากจะตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์แล้ว ยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ สวนดอกไม้ และไร่องุ่น

ห้องพักของบ้านสวนอริยะมีให้เลือกหลายรูปแบบตามความชอบของผู้เข้าพัก แต่ห้องที่เราเลือกก็คือ ห้องพักแบบเต๊นท์ ที่อยู่ติดกับแปลงดอกไม้น่ารักๆ ราคาอยู่ที่ 800 บาท/ 2 คน

เชียงใหม่

ภายในเต๊นท์มีเตียงที่นอน 2 คนได้แบบสบายๆ มีชุดโต๊ะ เบาะแบบญี่ปุ่น กระติกน้ำร้อน แถมยังมีปลั๊กให้สำหรับเสียบชาร์จแบต แถมด้านหน้าห้อง ยังเป็นพื้นที่ของระเบียงที่สามารถออกมานั่งห้อยขา รับลมเย็นๆ ได้แบบสบายๆ

แน่นอนว่าเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ก็ต้องจัดหมูกระทะกันสักมื้อ ซึ่งบ้านสวนอริยะก็มีบริการให้พร้อม ทั้งหมูหมัก ไก่นุ่ม ไส้กรอก ปูอัด ลูกชิ้น เต้าหู้ และผักหลากหลายชนิด ราคาอยู่ที่ชุดละ 500 บาทเท่านั้น และอยากนั่งกินตรงไหนก็แจ้งกับที่พักได้เลย สะดวกมากๆ

บ้านสวนอริยะ


Day 4 : ทริปเส้นทางวงกลม เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 

วันสุดท้ายเราขับขึ้นมาบนดอยอินทนนท์กันตั้งแต่เช้า เพื่อมาทำกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่ นั่นก็คือการเดินกิ่วแม่ปาน ระหว่างขับรถตลอดสองฝั่งข้างทางมีหมอกลงมาคลุมค่อนข้างหนาเลยทีเดียว แถมอากาศก็เย็นมากๆ อีกด้วย และแน่นอนว่ากิ่วแม่ปานอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งจะมีค่าบริการคนละ 30 บาท และค่ายานพาหนะ (รถยนต์) คันละ 60 บาท

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน, ดอยอินทนนท์

พอขับรถขึ้นมาถึงจุดหมายแล้ว ด้านหน้าทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จะมีลานจอดรถให้บริการ หายห่วงได้เลย

อุณหภูมิตอนที่เรามาถึงอยู่ที่ 13 องศา แต่ถึงจะไม่ใช่เลขตัวเดียว แต่ก็หนาวเอาเรื่องเลยนะ เพราะมีทั้งลม ละอองน้ำพัดอยู่ตลอดเวลา

การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะไม่อนุญาตให้เดินกันเอง แต่จะต้องมีไกด์นำทางเท่านั้น โดยค่าบริการจะอยู่ที่ 200 บาท/กลุ่ม ซึ่งพี่ไกด์จะแนะนำตัว แนะนำเส้นทาง อธิบายจุดต่างๆ ตามแผนที่แบบอย่างง่ายให้เราเข้าใจกันก่อนเดิน

พร้อมแล้วก็เริ่มได้เลย โดยส่วนแรกเส้นทางจะเป็นเส้นทางแบบป่าดิบเขา ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นสูง มีเฟิร์น มอสเล็กๆ ขึ้นอยู่ตามโคนต้นไม้ ซึ่งจุดนี้เส้นทางจะเป็นบันไดสลับกับทางดินลัดเลาะตามแนวป่าไปเรื่อยๆ

เดินเข้ามาได้สักพักก็จะพบกับน้ำตกธารเสด็จ เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่ไหลลงจากหินก้อนใหญ่ ถือเป็นจุดชมวิวและเป็นจุดพักเหนื่อยในเวลาเดียวกัน

เชียงใหม่

ระหว่างเดินอาจจะมีหอบกันบ้าง แต่ความสดชื่น ความอุดมสมบูร์ของป่าไม้ก็ทำให้คลายเหนื่อยได้ดีเลยทีเดียว และทั่วทั้งป่ายังมีเมฆและหมอกลงมาปกคลุมยอดไม้อยู่ตลอดๆ

เชียงใหม่

ผ่านเส้นทางแนวป่าดิบเขามาเป็นพื้นที่ของเส้นทางทุ่งหญ้าบนสันเขา หรือทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทุ่งหญ้ากว้างและโล่ง ปกติแล้วเส้นทางช่วงนี้จะเป็นไฮไลท์อีกหนึ่งจุดของกิ่วแม่ปาน แต่ด้วยความที่ในวันนั้นหมอกลงหนักมาก เลยทำให้เรามองไม่เห็นอะไร

เชียงใหม่

เดินตามสันเขามาได้ไม่ไกล ก็จะถึงจุดชมวิวที่เป็นจุดไฮไลท์ของกิ่วแม่ปาน บอกเลยว่าคนเยอะมากๆ ถึงกับต้องต่อคิวถ่ายรูปกันเลย (แต่อย่างที่บอกไปว่าหมอกลงหนักมาก ไม่เห็นอะไรเลย)

ซึ่งพอถึงจุดนี้แล้วพี่ไกด์ก็ถามเราว่าจะเดินต่อให้ครบตามเส้นทางเลยไหม หรือจะกลับทางเดิม แต่พี่ไกด์แนะนำว่าดูจากสภาพอกาศแล้ว ถ้าเดินต่อไปคงจะไม่เห็นอะไรเลยเหมือนเดิม เลยแนะนำให้เดินกลับดีกว่า

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

  • Location: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณ กม.ที่ 42
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/Dcg6PadftgzZpsjS9
  • Open-Close: 06.00 – 18.00 น.
  • Price: ค่าบริการไกด์นำทาง 200 บาท/กลุ่ม

จุดชมวิว กม.41, ดอยอินทนนท์

ออกมาจากกิ่วแม่ปานแล้ว ระหว่างทางลงดอยอินทนนท์กลับไปที่พัก เราแวะถ่ายรูปกับมุมถ่ายรูปในตำนานอย่าง จุดชมวิว กม.41 ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาตรงกับส่วนโค้งของถนนพอดี (สามารถจอดรถตามไหล่ทางที่เหมาะสมและปลอดภัย แล้วเดินตามทางขึ้นมาได้เลย)

ความว้าวของจุดชมวิวนี้นอกจากจะเป็นภาพวิวสวยๆ แล้ว ยังได้สัมผัสหมอกกันแบบเน้นๆ เรียกได้ว่าหมอกไหลมาชนหน้าแบบจังๆ เลย

จุดชมวิว กม.41


ลงจากดอยอินทนทท์กลับเข้าที่พัก เพื่อมาพักผ่อนกันสักหน่อยหลังจากลุยกันมาตั้งแต่เช้ามืด

บรรยากาศรอบๆ บ้นสวนอริยะเต็มไปด้วยความสดชื่นและความสดใสของดอกไม้หลากหลายสี แถมที่นี่ยังมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ ให้เพียบเลย!

ส่วนเมนูอาหารเช้า เป็นข้าวต้มเห็ดหอมหมูสับ เสริ์ฟคู่กับไข่ลวก มีขนมปังกรอบและกาแฟร้อน ปิดท้ายด้วยพุทธรานมสดลูกใหญ่ ถือว่าเป็นการจัดเต็มมื้อเช้าเติมพลังแบบเต็มๆ ก่อนเดินทางกันต่อ

น้ำตกวชิรธาร, ดอยอินทนนท์

เก็บความประทับใจกันก่อนกลับที่ น้ำตกวชิรธาร น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลลงจากหน้าผา ความสูงกว่า 80 เมตร ถือเป็นน้ำตกที่ตอบโจทย์การเดินมากๆ เพราะแค่จอดรถปุ๊บ เดินนิดเดียวก็ถึงเลย

ทริปเส้นทางวงกลม

สวยฉ่ำ อลังการมากๆ ไปยืนใกล้ๆ จะได้รับละอองน้ำแบบชุ่มฉ่ำมาก รอบๆ บริเวณน้ำตกจะมีแนวทางเดินที่เลาะไปตามแนวเวิ้งน้ำตก จะโพสท่ามุมไหนก็สวยมาก

ยิ่งวันไหนที่แดดดีๆ เราจะเห็นสายรุ้งพาดผ่านหน้าน้ำตกด้วยนะ และแน่นอนเราคือผู้โชคดีจ้า

น้ำตกวชิรธาร

  • Location: อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
  • Google Map: https://maps.app.goo.gl/G74x3Bn8y2DCfMPu6
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.

ทั้งหมดนี้ก็คือ ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน ที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไม่ซ้ำเดิม ระหว่างเส้นทางตลอดทั้ง 4 วัน นอกจากจะได้เก็บสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ หลากหลายมู้ดแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่เราได้กลับมาโฟกัสกับตัวเอง ใช้เวลาของความสุขไปแบบไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ ปล่อยใจไปตามเส้นทาง และนอกเหนือจากนี้ยังได้สัมผัสกับความสวยงามที่รายรอบตัวเราอยู่ในทุกช่วงเวลา ที่บางทีเราอาจไม่ทันได้สังเกตระหว่างการใช้ชีวิตในวันทำงาน หยุดยาวนี้อยากให้ทุกคนได้ไปลองเที่ยว ลองให้รางวัลความสุขกับตัวเองดูนะ

สรุปค่าใช้จ่าย ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน
Day : 1

  • ค่าเครื่องดื่มร้าน 32 coffee hill = 90฿
  • ค่าอาหารร้านเย็นโฟลุยไฟ = 55 ฿
  • ค่าเข้าอุทยานฯ น้ำพุร้อนไทรงาม = 45 ฿
  • ค่าที่พัก canary gueshouse = 650 ฿ (หาร 2 จากราคา 1,300)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มถนนคนเดินปาย = 200 ฿

Day : 2

  • ค่าบริการรถทะเลหมอกหยุนไหล = 50 ฿ (หาร 6 จากราคา 300)
  • ค่าเข้าทะเลหมอกหยุนไหล = 20฿
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มทะเลหมอกหยุนไหล = 50 ฿
  • ค่าชิงช้าบ้านสันติชล = 25 ฿
  • ค่าบริการไกด์+ตะเกียง+แพ ถ้ำน้ำลอด = 80 ฿ (หาร 4 จากราคา 320)
  • ค่าที่พัก wojia resort = 1,375 ฿ (หาร 4 จากราคา 5,500)
  • ค่าขนมร้าน leewine coffee = 120 ฿
  • ค่าบริการล่องเรือจีน = 98 ฿ (หาร 4 จากราคา 390)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม leewine restaurant = 260 ฿ (หาร 4 จากราคา 1,040)
  • ค่าบริการจุดไฟ wojia resort = 13 ฿ (หาร 4 จากราคา 50)

Day : 3

  • ค่าเครื่องดื่มร้าน coffee morning = 65 ฿
  • ค่าที่พักบ้านสวนอริยะ = 400 ฿ (หาร 2 จากราคา 800)
  • ค่าหมูกระทะบ้านสวนอริยะ = 125 ฿ (หาร 4 จากราคา 500)

Day : 4

  • ค่าเข้าอุทยานฯ ดอยอินทนนท์ = 45 ฿
  • ค่าบริการไกด์นำทาง กิ่วแม่ปาน = 50 ฿ (หาร 4 จากราคา 200)

รวมค่าใช้จ่ายต่อคน = 3,721 ฿ (ค่าใช้จ่ายยังไม่รวมค่าน้ำมัน และค่าของฝากต่างๆ)


เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ทริปเส้นทางวงกลม พิชิต 4,088 โค้ง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 4 วัน 3 คืน ถ้าใครอยากเที่ยวยาวๆ แบบเราก็แพลนตามไปเที่ยวได้เลย ไหนๆ ก็มาเที่ยวเหนือแล้ว ไปเที่ยวกันต่อกับ ทริปเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ เที่ยวครบทั้งในเมืองและนอกเมือง และ เที่ยวเชียงรายหน้าฝน 3 วัน 2 คืน เติมความสดชื่น ฟีลดีไม่แพ้หน้าหนาวกัน 


ผู้เขียน
ช่างภาพ

dontk

ปู่บอกให้ออกเดิน
i need a story with a happy ending

M O S
ช่างภาพ ผู้เรียนจบครูใช้ชีวิตอย่างชิลๆ หลงรักในบรรยากาศการเดินทาง และการท่องเที่ยว ถ้ามีแมวอะไรต่างๆ จะดีขึ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ